Race 35 บางศรีเมือง มินิมาราธอน #5
เป็นงานวิ่งฟรี ที่ไม่ได้จัดโดย สสส เป็นงานที่ 2 ที่ได้วิ่งฟรี งานนี้ทำให้ได้เห็นอะไรแปลกๆ อีกแล้วครับท่าน เนื่องจากงานนี้จัดขึ้นโดยมีการจำกัดเหรียญและถ้วย ที่มอบให้ผู้ที่วิ่งเข้าเส้น 100 คนแรก หรืออะไรประมาณนี้ ซึ่งจำรายละเอียดไม่ได้เพราะไม่ได้สนใจตั้งแต่แรก
วันนี้ได้พบผี ถ้วย ผีเหรียญ อยู่ข้างทางเต็มไปหมด (ผีพวกนี้เหมือนเคยทำมาตั้งแต่ปีก่อน ว่าทำอย่างนี้แล้วไม่มีใครจับได้ ปีนี้ติดใจเลยมาทำใหม่)
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า มีนัีกวิ่ง และไม่ใช่นักวิ่งหลายท่าน ไปแอบอยู่อีกฝั่งแล้วรอวิ่งกลับเข้าเส้นชัย เพื่อที่ตัวเองจะได้รับสิทธิรับเหรียญในงานวันนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เราควรจะเคารพสิทธิของคนอื่น เพราะำทำไปคุณก็ไม่มีวันรู้สึกภูมิใจกับสิ่งที่คุณได้มาหรอก
กลับมาเรื่องวิ่ง วันนี้ ได้เข้าไปแสดงความยินดีกับน้องหมู มาราธอนที่อาทิตย์ก่อนปฏิบัติการลงมินิ พิชิตมาราธอนกรุงเทพฯ ให้เป็นที่คุยกันอย่างเฮฮาในหมู่เพื่อนฝูง
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นความละหลวมในการจัดการแยกนักวิ่ง ตลอดจนเส้นทางวิ่งที่ทับซ้อนกัน
คุณคิดดูถ้าคนไม่เคยวิ่งเยอะ ๆ คนบอกทางไม่บอก แล้วคนนั้นต้องไปวิ่งเส้นทางมาราธอนอะไรจะเกิดขึ้น
นอกจากนี้ฝ่ายจัดการ ยังไม่ไ้ด้แยกแยะป้ายผู้เข้าแข่งขัน มอบเหรียญและเสื้อให้โดยการตรวจสอบ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย กับงานที่ควรมีมาตรฐานดีดี
สำหรับงานวันนี้ เส้นทางดี อาหารเต็มที่ พิธีกรฮา (น้าเนก)
ระยะทาง 9.9 กม ใช้เวลา 47:57 ซึ่งคิดว่าระยะจริงคงแค่ 8 กม
Race 36 เดิน-วิ่งการกุศลเฉลิมพระเกียรติ
งานวันนี้เป็นการจัดงานโดยชมรมสวนหลวง ร 9 ในวันเสาร์ เป็นการวิ่งระยะสั้น ๆ ถือเป็นงานที่ดูแลนักวิ่งได้ดีรายการหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งทำให้รู้สึกประทับใจกับงานวันนี้ พอวิ่งเสร็จงานนี้ ก็ไปเดินถ่ายรูปในงานพรรณไม้งามที่สวนหลวงต่อกัน อย่างสนุกสนาน
ระยะทาง 8 กม ใช้เวลา 0:40:05
ไช้
4 ธันวาคม 2010
Race 37 วิ่งเพื่อพ่อ รพ. กล้วยน้ำไท มินิมาราธอน
สำหรับนักวิ่งมือใหม่อย่างเรา รู้สึกประหลาดใจมาก ชื่องานกล้วยน้ำไท แต่ไฉนมาจัดที่สวนลุม ซึ่งมารู้ที่หลังว่าจัดที่นี่เป็นประเพณีไปแล้ว การวิ่งในวันนี้ อาการคล้ายกับงานที่นนทบุรี คือ วิ่งวันเสาร์แล้วมาวิ่งวันอาทิตย์ต่อ แล้ว มักจะวิ่งไม่ออก อยู่รำ่ไป
งานนี้แปลกใจมากที่ไม่เห็นช่างภาพมืออาชีพ ที่เห็นบ่อยๆ เหมือนทุกสนาม ซึ่งกว่าจะไปงัดหาภาพได้ ก็ได้แค่ประมาณเนี้ย หวังว่าคงหากันเจอ
สำหรับงานนี้เริ่มเป็นงานแรกที่เราเริ่มปรับความเร็วในการวิ่งให้ลดลงจากที่เคยวิ่งปกติเพราะปี 2011 ต้นปี ได้คิดการณ์ใหญ่เอาไว้สำหรับครั้งหนึ่งในชีวิตนักวิ่ง
สำหรับเส้นทางวิ่งวันนี้รู้สึกแปลกๆ ตอนวิ่ง แต่คิดว่าปีหน้าต้องมาซ่่อมสนามนี้ใหม่แน่นอน ใช้เวลา1:07:05
ไช้
5 ธันวาคม 2010
วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
Race 33-34 Double Half
Race 33 สำนักอัยการสูงสุด เดินวิ่ง เพื่อยุติ ความรุนแรง
งานนี้เป็นงานที่จัดขึ้นกระทันหัน เหมือนมีนัยยะที่จะหัก กรุงเทพฯมาราธอนที่ทยานการขึ้นราคาค่าสมัครอย่างบ้าคลั่ง โดยมิได้ฟังเสียงทัดทานจากรอบด้าน
ซึ่งเส้นทางเกือบ 90% ก็คืองาน Half Bangkok Marathon ดีดีนี่เอง
ถือว่าเป็นสนามซ้อมสนามสุดท้ายก่อน สัมผัส กับ งานวิ่งของชาวกรุง ที่รอคอยเสียที
อากาศในช่วงนี้เหมือนเป็นใจอย่างมาก อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการวิ่งยาวๆ เป็นอย่างมาก
การวิ่งบนทางยกระดับบรมราชินี ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับนักวิ่งหน้าใหม่คนนี้
แต่กับการวิ่งระยะทางไกลๆ ที่บรรยากาศเงียบเหงาตลอดทาง ทำให้นักวิ่งคนนี้ได้เปิดหูเปิดตา ว่าการวิ่งโดยสมาธิของตัวเอง นั้นสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้ กับการกำหนดลมหายใจเข้าออกระหว่างวิ่ง
กอปกับอากาศที่เย็นสบายการวิ่งวันนี้ถือเป็นการวิ่งระยะฮาล์ฟ ที่สนุกที่สุดในชีวิตนักวิ่ง
นอกจากเวลาจะดีแล้วร่างกายก็ยังพร้อมสำหรับอาทิตย์ต่อไปด้วย
ระยะ 21 กม (ถึงหรือป่าวไม่รู้) เวลา 1:58:29
ไช้
14 พฤศจิกายน 2010
Race 34 กรุงเทพฯ มาราธอน 2010
กรุงเทพฯ เมืองฟ้า เมืองสวรรค์ ช่างเป็นเมืองที่ชาวต่างชาติถวิลหาเพื่อมาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ
แต่ทำไม กรุงเทพฯ สำหรับผมไม่เป็นเยี่ยงนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับสัปดาห์ก่อน การวิ่งแบบสมาธิ อยู่ทุกลมหายใจเข้าออก แต่กับอาทิตย์นี้ ทำไม มันช่างดูชุลมุนวุ่นวาย ไปหมด นี่หรืองานวิ่งระดับนานาชาติ ที่เราถวิลหามาแรมปี ทำไมเมื่อถึงวันจริงเราถึงไม่ได้รู้สึกสนุกไปกับงานในวันนี้เลย
อากาศในวันนี้ ช่างต่างจากอาทิตย์ก่อนอย่างลิบลับ อากาศร้อนมากมาย ความเย็นที่เคยมีนั้นหายเกลี้ยงไปหมด วันนี้ก่อนการวิ่งได้พูดคุยกับเพื่อนชาวอิตาลี ที่วันนี้มาวิ่งมาราธอนที่นี่ ว่าให้ช่วยถ่ายรูปให้หน่อย ซึ่งหวังว่าวันนี้จะวิ่งเข้ามาทันระยะมาราธอนที่เข้าเส้นให้ได้
แต่ความเป็นจริงหาได้เป็นเยี่ยงนั้นไม่ เพราะอากาศที่ร้อน จำนวนคนที่มากมาย ทำให้การหายใจเป็นไปอย่างลำบากมาก การวิ่งที่สนุกอาทิตย์ก่อนไม่มีหลงเหลือแม้แต่ขีดเดียวในวันนี้
ถึงแม้นว่าการวิ่งวันนี้จะไม่สนุก แต่โดยหน้าที่ของนักวิ่ง จะต้องวิ่งให้ถึงเส้นชัยให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
การวิ่งบนทางยกระดับนั้นสามารถทำได้ตามปกติเพราะปิดถนน 100% และอากาศที่โปร่ง แต่เมื่อย้อนกลับมาที่สะพานพระราม 8 และลง ต้องมาเจอกับอากาศและสภาพการจราจร นั้น ทำให้เรี่ยวแรงถดถอยไปพอประมาณ ซึ่งก็พยายามฝืนกำลังตัวเองให้ผ่าน พระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อให้ได้ภาพสวยๆ จากพี่รุจน์ และกลับมาที่เส้นชัยให้ทันกับเป้าที่ตั้งไว้ แต่เป็นที่น่าเสียดาย
ซึ่งเวลาที่วิ่งสุดแรง คือ
2:03:47 ระยะวันนี้มั่นใจแน่ว่าครบระยะครึ่งมาราธอนแน่นอน
ซึ่งพลาดเป้าหมายไปพอสมควร ซึ่งคงต้องฝากไว้ก่อน แล้วค่อยมาเอาคืนทีหลัง หรืองานต่อไป
ไช้
21 พฤศจิกายน 2010
งานนี้เป็นงานที่จัดขึ้นกระทันหัน เหมือนมีนัยยะที่จะหัก กรุงเทพฯมาราธอนที่ทยานการขึ้นราคาค่าสมัครอย่างบ้าคลั่ง โดยมิได้ฟังเสียงทัดทานจากรอบด้าน
ซึ่งเส้นทางเกือบ 90% ก็คืองาน Half Bangkok Marathon ดีดีนี่เอง
ถือว่าเป็นสนามซ้อมสนามสุดท้ายก่อน สัมผัส กับ งานวิ่งของชาวกรุง ที่รอคอยเสียที
อากาศในช่วงนี้เหมือนเป็นใจอย่างมาก อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการวิ่งยาวๆ เป็นอย่างมาก
การวิ่งบนทางยกระดับบรมราชินี ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับนักวิ่งหน้าใหม่คนนี้
แต่กับการวิ่งระยะทางไกลๆ ที่บรรยากาศเงียบเหงาตลอดทาง ทำให้นักวิ่งคนนี้ได้เปิดหูเปิดตา ว่าการวิ่งโดยสมาธิของตัวเอง นั้นสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้ กับการกำหนดลมหายใจเข้าออกระหว่างวิ่ง
กอปกับอากาศที่เย็นสบายการวิ่งวันนี้ถือเป็นการวิ่งระยะฮาล์ฟ ที่สนุกที่สุดในชีวิตนักวิ่ง
นอกจากเวลาจะดีแล้วร่างกายก็ยังพร้อมสำหรับอาทิตย์ต่อไปด้วย
ระยะ 21 กม (ถึงหรือป่าวไม่รู้) เวลา 1:58:29
ไช้
14 พฤศจิกายน 2010
Race 34 กรุงเทพฯ มาราธอน 2010
กรุงเทพฯ เมืองฟ้า เมืองสวรรค์ ช่างเป็นเมืองที่ชาวต่างชาติถวิลหาเพื่อมาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ
แต่ทำไม กรุงเทพฯ สำหรับผมไม่เป็นเยี่ยงนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับสัปดาห์ก่อน การวิ่งแบบสมาธิ อยู่ทุกลมหายใจเข้าออก แต่กับอาทิตย์นี้ ทำไม มันช่างดูชุลมุนวุ่นวาย ไปหมด นี่หรืองานวิ่งระดับนานาชาติ ที่เราถวิลหามาแรมปี ทำไมเมื่อถึงวันจริงเราถึงไม่ได้รู้สึกสนุกไปกับงานในวันนี้เลย
อากาศในวันนี้ ช่างต่างจากอาทิตย์ก่อนอย่างลิบลับ อากาศร้อนมากมาย ความเย็นที่เคยมีนั้นหายเกลี้ยงไปหมด วันนี้ก่อนการวิ่งได้พูดคุยกับเพื่อนชาวอิตาลี ที่วันนี้มาวิ่งมาราธอนที่นี่ ว่าให้ช่วยถ่ายรูปให้หน่อย ซึ่งหวังว่าวันนี้จะวิ่งเข้ามาทันระยะมาราธอนที่เข้าเส้นให้ได้
แต่ความเป็นจริงหาได้เป็นเยี่ยงนั้นไม่ เพราะอากาศที่ร้อน จำนวนคนที่มากมาย ทำให้การหายใจเป็นไปอย่างลำบากมาก การวิ่งที่สนุกอาทิตย์ก่อนไม่มีหลงเหลือแม้แต่ขีดเดียวในวันนี้
ถึงแม้นว่าการวิ่งวันนี้จะไม่สนุก แต่โดยหน้าที่ของนักวิ่ง จะต้องวิ่งให้ถึงเส้นชัยให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
การวิ่งบนทางยกระดับนั้นสามารถทำได้ตามปกติเพราะปิดถนน 100% และอากาศที่โปร่ง แต่เมื่อย้อนกลับมาที่สะพานพระราม 8 และลง ต้องมาเจอกับอากาศและสภาพการจราจร นั้น ทำให้เรี่ยวแรงถดถอยไปพอประมาณ ซึ่งก็พยายามฝืนกำลังตัวเองให้ผ่าน พระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อให้ได้ภาพสวยๆ จากพี่รุจน์ และกลับมาที่เส้นชัยให้ทันกับเป้าที่ตั้งไว้ แต่เป็นที่น่าเสียดาย
ซึ่งเวลาที่วิ่งสุดแรง คือ
2:03:47 ระยะวันนี้มั่นใจแน่ว่าครบระยะครึ่งมาราธอนแน่นอน
ซึ่งพลาดเป้าหมายไปพอสมควร ซึ่งคงต้องฝากไว้ก่อน แล้วค่อยมาเอาคืนทีหลัง หรืองานต่อไป
ไช้
21 พฤศจิกายน 2010
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




