วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Race 35-37 งานฟรี งานดี งานให้โล่ห์

Race 35 บางศรีเมือง มินิมาราธอน #5

เป็นงานวิ่งฟรี ที่ไม่ได้จัดโดย สสส เป็นงานที่ 2 ที่ได้วิ่งฟรี งานนี้ทำให้ได้เห็นอะไรแปลกๆ อีกแล้วครับท่าน  เนื่องจากงานนี้จัดขึ้นโดยมีการจำกัดเหรียญและถ้วย ที่มอบให้ผู้ที่วิ่งเข้าเส้น 100 คนแรก หรืออะไรประมาณนี้ ซึ่งจำรายละเอียดไม่ได้เพราะไม่ได้สนใจตั้งแต่แรก

วันนี้ได้พบผี ถ้วย ผีเหรียญ อยู่ข้างทางเต็มไปหมด  (ผีพวกนี้เหมือนเคยทำมาตั้งแต่ปีก่อน ว่าทำอย่างนี้แล้วไม่มีใครจับได้ ปีนี้ติดใจเลยมาทำใหม่)


เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า มีนัีกวิ่ง และไม่ใช่นักวิ่งหลายท่าน ไปแอบอยู่อีกฝั่งแล้วรอวิ่งกลับเข้าเส้นชัย เพื่อที่ตัวเองจะได้รับสิทธิรับเหรียญในงานวันนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เราควรจะเคารพสิทธิของคนอื่น เพราะำทำไปคุณก็ไม่มีวันรู้สึกภูมิใจกับสิ่งที่คุณได้มาหรอก

กลับมาเรื่องวิ่ง วันนี้ ได้เข้าไปแสดงความยินดีกับน้องหมู มาราธอนที่อาทิตย์ก่อนปฏิบัติการลงมินิ พิชิตมาราธอนกรุงเทพฯ  ให้เป็นที่คุยกันอย่างเฮฮาในหมู่เพื่อนฝูง

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นความละหลวมในการจัดการแยกนักวิ่ง ตลอดจนเส้นทางวิ่งที่ทับซ้อนกัน

คุณคิดดูถ้าคนไม่เคยวิ่งเยอะ ๆ คนบอกทางไม่บอก แล้วคนนั้นต้องไปวิ่งเส้นทางมาราธอนอะไรจะเกิดขึ้น

นอกจากนี้ฝ่ายจัดการ ยังไม่ไ้ด้แยกแยะป้ายผู้เข้าแข่งขัน  มอบเหรียญและเสื้อให้โดยการตรวจสอบ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย กับงานที่ควรมีมาตรฐานดีดี

สำหรับงานวันนี้ เส้นทางดี อาหารเต็มที่ พิธีกรฮา (น้าเนก)
ระยะทาง 9.9 กม  ใช้เวลา 47:57  ซึ่งคิดว่าระยะจริงคงแค่ 8 กม

Race 36 เดิน-วิ่งการกุศลเฉลิมพระเกียรติ 

งานวันนี้เป็นการจัดงานโดยชมรมสวนหลวง ร 9 ในวันเสาร์ เป็นการวิ่งระยะสั้น ๆ ถือเป็นงานที่ดูแลนักวิ่งได้ดีรายการหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งทำให้รู้สึกประทับใจกับงานวันนี้ พอวิ่งเสร็จงานนี้ ก็ไปเดินถ่ายรูปในงานพรรณไม้งามที่สวนหลวงต่อกัน อย่างสนุกสนาน

ระยะทาง 8 กม  ใช้เวลา 0:40:05

ไช้
4 ธันวาคม 2010


Race 37 วิ่งเพื่อพ่อ  รพ. กล้วยน้ำไท มินิมาราธอน

สำหรับนักวิ่งมือใหม่อย่างเรา รู้สึกประหลาดใจมาก ชื่องานกล้วยน้ำไท แต่ไฉนมาจัดที่สวนลุม ซึ่งมารู้ที่หลังว่าจัดที่นี่เป็นประเพณีไปแล้ว  การวิ่งในวันนี้ อาการคล้ายกับงานที่นนทบุรี คือ วิ่งวันเสาร์แล้วมาวิ่งวันอาทิตย์ต่อ แล้ว มักจะวิ่งไม่ออก อยู่รำ่ไป


งานนี้แปลกใจมากที่ไม่เห็นช่างภาพมืออาชีพ ที่เห็นบ่อยๆ เหมือนทุกสนาม ซึ่งกว่าจะไปงัดหาภาพได้ ก็ได้แค่ประมาณเนี้ย  หวังว่าคงหากันเจอ

สำหรับงานนี้เริ่มเป็นงานแรกที่เราเริ่มปรับความเร็วในการวิ่งให้ลดลงจากที่เคยวิ่งปกติเพราะปี 2011 ต้นปี ได้คิดการณ์ใหญ่เอาไว้สำหรับครั้งหนึ่งในชีวิตนักวิ่ง


สำหรับเส้นทางวิ่งวันนี้รู้สึกแปลกๆ ตอนวิ่ง แต่คิดว่าปีหน้าต้องมาซ่่อมสนามนี้ใหม่แน่นอน ใช้เวลา1:07:05

ไช้
5 ธันวาคม 2010

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Race 33-34 Double Half

Race 33 สำนักอัยการสูงสุด เดินวิ่ง เพื่อยุติ ความรุนแรง

งานนี้เป็นงานที่จัดขึ้นกระทันหัน เหมือนมีนัยยะที่จะหัก กรุงเทพฯมาราธอนที่ทยานการขึ้นราคาค่าสมัครอย่างบ้าคลั่ง โดยมิได้ฟังเสียงทัดทานจากรอบด้าน

ซึ่งเส้นทางเกือบ 90% ก็คืองาน Half Bangkok Marathon ดีดีนี่เอง

ถือว่าเป็นสนามซ้อมสนามสุดท้ายก่อน สัมผัส กับ งานวิ่งของชาวกรุง ที่รอคอยเสียที
อากาศในช่วงนี้เหมือนเป็นใจอย่างมาก อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการวิ่งยาวๆ เป็นอย่างมาก


การวิ่งบนทางยกระดับบรมราชินี ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับนักวิ่งหน้าใหม่คนนี้

แต่กับการวิ่งระยะทางไกลๆ ที่บรรยากาศเงียบเหงาตลอดทาง ทำให้นักวิ่งคนนี้ได้เปิดหูเปิดตา ว่าการวิ่งโดยสมาธิของตัวเอง นั้นสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้ กับการกำหนดลมหายใจเข้าออกระหว่างวิ่ง


กอปกับอากาศที่เย็นสบายการวิ่งวันนี้ถือเป็นการวิ่งระยะฮาล์ฟ ที่สนุกที่สุดในชีวิตนักวิ่ง

นอกจากเวลาจะดีแล้วร่างกายก็ยังพร้อมสำหรับอาทิตย์ต่อไปด้วย

ระยะ 21 กม (ถึงหรือป่าวไม่รู้) เวลา 1:58:29



ไช้
14 พฤศจิกายน 2010






Race 34 กรุงเทพฯ มาราธอน 2010

กรุงเทพฯ เมืองฟ้า เมืองสวรรค์ ช่างเป็นเมืองที่ชาวต่างชาติถวิลหาเพื่อมาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ
แต่ทำไม กรุงเทพฯ สำหรับผมไม่เป็นเยี่ยงนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับสัปดาห์ก่อน การวิ่งแบบสมาธิ อยู่ทุกลมหายใจเข้าออก แต่กับอาทิตย์นี้ ทำไม มันช่างดูชุลมุนวุ่นวาย ไปหมด นี่หรืองานวิ่งระดับนานาชาติ ที่เราถวิลหามาแรมปี  ทำไมเมื่อถึงวันจริงเราถึงไม่ได้รู้สึกสนุกไปกับงานในวันนี้เลย



อากาศในวันนี้ ช่างต่างจากอาทิตย์ก่อนอย่างลิบลับ อากาศร้อนมากมาย ความเย็นที่เคยมีนั้นหายเกลี้ยงไปหมด  วันนี้ก่อนการวิ่งได้พูดคุยกับเพื่อนชาวอิตาลี ที่วันนี้มาวิ่งมาราธอนที่นี่ ว่าให้ช่วยถ่ายรูปให้หน่อย ซึ่งหวังว่าวันนี้จะวิ่งเข้ามาทันระยะมาราธอนที่เข้าเส้นให้ได้

แต่ความเป็นจริงหาได้เป็นเยี่ยงนั้นไม่ เพราะอากาศที่ร้อน จำนวนคนที่มากมาย ทำให้การหายใจเป็นไปอย่างลำบากมาก  การวิ่งที่สนุกอาทิตย์ก่อนไม่มีหลงเหลือแม้แต่ขีดเดียวในวันนี้





ถึงแม้นว่าการวิ่งวันนี้จะไม่สนุก แต่โดยหน้าที่ของนักวิ่ง จะต้องวิ่งให้ถึงเส้นชัยให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

การวิ่งบนทางยกระดับนั้นสามารถทำได้ตามปกติเพราะปิดถนน 100% และอากาศที่โปร่ง แต่เมื่อย้อนกลับมาที่สะพานพระราม 8 และลง ต้องมาเจอกับอากาศและสภาพการจราจร นั้น ทำให้เรี่ยวแรงถดถอยไปพอประมาณ ซึ่งก็พยายามฝืนกำลังตัวเองให้ผ่าน พระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อให้ได้ภาพสวยๆ จากพี่รุจน์ และกลับมาที่เส้นชัยให้ทันกับเป้าที่ตั้งไว้ แต่เป็นที่น่าเสียดาย

ซึ่งเวลาที่วิ่งสุดแรง คือ

2:03:47  ระยะวันนี้มั่นใจแน่ว่าครบระยะครึ่งมาราธอนแน่นอน

ซึ่งพลาดเป้าหมายไปพอสมควร ซึ่งคงต้องฝากไว้ก่อน แล้วค่อยมาเอาคืนทีหลัง หรืองานต่อไป


ไช้
21 พฤศจิกายน 2010