วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Race 66.2 เดจาวู ที่พัทยา

Race 66.2  พัทยา มาราธอน 2011

เมื่อปีก่อนมาวิ่งที่นี่ครั้งแรก  ได้รับการเจ็บป่วยกลับไปเป็นของขวัญ  มาปีนี้แปลกใหม่กว่าเดิม เพราะก่อนมาเจ็บเข่า จนซ้อมได้บ้างไม่ได้บ้าง ซ้อมได้ถึงวันที่ 7 กค.11 ก็ต้องยุติการซ้อมลงโดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อไปหาหมอ จึงรู้ตัวว่าอาการที่มันวูบๆอยู่เพราะมีเชื้อไวรัสในเส้นเลือด จึงต้องหยุดซ้อม เพื่อพักผ่อนให้ร่างกายแข็งแรงดังเดิม ซึ่งก็หยุดมาจนถึงวันแข่งพัทยามาราธอน

สรุปไม่ได้ซ้อมเลยทั้งเดือน   สำหรับการมาัพัทยาในครั้งนี้ เพราะสมัครลงระยะฮาล์พ และจองโรงแรมไว้เรียบร้อยแล้ว จึงเสียดายเงิน จึงกะว่ามาเที่ยวหรืออาจจะลงไปวิ่งแค่มินิพอสนุกๆ  ปีนี้พาที่บ้านมาอีกเช่นเคย  แต่ความประทับใจในที่พักเมื่อปีก่อนก็ได้สลายไปหมด เพราะปีนี้เปลี่ยนสถานที่และโรงแรม จากการจองผ่านประธานชมรม  โรงแรมที่พักเก่ามาก ดูน่ากลัว แต่ใกล้สถานที่แข่งขันมาก ทำอะไรไม่ได้นอกจากทนๆ กันไป

สุดท้ายในการเลือกวิ่งได้เลือกตัดสินใจลงเหมือนเดิม โดยหวังแต่วิ่งไปเรื่อยๆ ให้จบระยะ เท่านั้น โดยไม่ได้คาดหวังเรื่องเวลา

จริงๆ ในงานนี้ หวังจะเปิดตัวนาฬิกาใหม่ ที่ฝากคุณป้อม ซื้อมาจากเมืองนอก แต่ด้วยความไมุ่คุ้น กับความไม่แน่ใจ จึงใช้นาฬิกาจับเวลาดังเดิมคู่กันไปด้วย

เมื่อเริ่มปล่อยตัว ได้ออกไปพร้อมกับคุณเป คุณกรกฏ และคุณประสิทธิ วิ่งไปได้สักพัก เหมือนเครื่องเริ่มติด จึงทิ้งกลุ่มทั้งหมดวิ่งไปตามจังหวะตัวเอง การที่ไม่ได้ซ้อมและป่วยเพิ่งจะหายทำให้ ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณออกมา


ทนทานมาได้ 16 กม กับเนินที่ขึ้นลงตลอดทาง ก็หมดแรงยอมแพ้
เพราะอาการไข้ที่เริ่มตีกลับ  การเดินหาน้ำราดหัว เช็ดตัวเกิดขึ้น แสงแดดในตอนนั้นก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ ย่อท้อ  แว่นตาที่นำมาช่วยบรรเทาแดด หมวกที่ใส่ ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย หนำซ้ำยังรู้สึกอบอ้าวที่หัวเวลาใส่หมวกมากขึ้นอีกด้วย

เมื่อเดินได้สักพัก ก็พยายามวิ่งต่อ ซึ่งความอดทนที่ไม่มีเพราะขาดการซ้อม ก็น็อคไปอีกรอบที่ กม ที่ 18 จึงต้องเดินอีกครั้งเมื่อถึงถนนหน้าเขาพระตำหนัก และเริ่มวิ่งอีกครั้งเมื่อถึง กม 19 จนเกือบถึงเส้นชัย ก็เกิดอาการวิงเวียนขึ้นอีก ดีที่ได้คุณโจ้ ที่วันนี้ลงระยะมินิ มาวิ่งช่วยลาก ช่วยประคอง ก่อนจะปล่อยให้เข้าสู่เส้นชัย

หลังเข้าเส้นชัยแทบจะวูบ เจอน้อง เจอหลานเรียบร้อย เดินกลับโรงแรมทันที จากอาการหมดสภาพ โดยไม่สามารถอยู่รอทักทายใครได้เลย และน็อคอยู่ที่โรงแรมหลายชั่วโมง จนต้องเช็คเอาท์ออก และฝืนขับรถกลับกรุงเทพฯ

ระยะ 21.26 กม  ใช้เวลา 2:15:22s  เวลาดีขึ้นกว่าปีที่แล้วหน่อยนึง


ไช้
17 กรกฏาคม 2011
























วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Race 66.1 ไม่ได้ตั้งใจ

Race 66.1 เดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ (สมาคมพยาบาล)

งานนี้ตามที่หมายตาไว้ เป็นการเตรียมวิ่งสำหรับการลงแข่งระยะครึ่งมาราธอนที่พัทยา  หลังจากป่วยมาตั้งแต่ต้นเดือน ก็พยายามจะลุ้นตัวเองตลอดว่าให้หายไวไว ให้ทันลงสนามในวันนี้ แล้วเมื่อถึงวันแข่ง วันนี้ ได้นำน้องและหลาน 2 คนมางานนี้ด้วย เพื่อให้เค้ารู้สึกชอบการออกกำลังกาย

แต่เมื่อถึงเวลาจริง สภาพร่างกายไม่พร้อมที่จะวิ่งระยะฮาล์ฟ จึงตั้งใจจะเปลี่ยนมาลงระยะมินิและวิ่งกับหนุ่ยแทน  แต่เมื่อไปถึงงาน สภาพงานคนน้อยมากหรือเรียกได้ว่าไม่มีคนเลยทีเดียว

ความลังเลเริ่มเกิดขึ้นกับความปลอดภัยของหลาน 2 คนที่จะส่งไปให้เดินระยะ 2.5 กม ตามที่งานประกาศ จึงเปลี่ยนใจยกเลิกการวิ่งในวันนี้และมาเดินกับหลานแทน ส่วนหนุ่ยก็วิ่งระยะมินิตามที่ได้สมัครไว้ล่วงหน้าแต่แรก


การเดินการกุศลงานแรกของหลาน ดัง ก็ได้เริ่มขึ้น ซึ่งเป็นอีกงานที่ทำเอาผมปวดหัว

เส้นทางปล่อยตัว ออกจากลานพระบรมรูปทรงม้า เลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา และไปเลี้ยวซ้ายอีกทีตรงถนนสวรรคโลก  แต่แปลกระยะที่ขึ้นมาแสดงให้เห็นว่า เกือบ 2 โลแล้ว แล้วจะเดินอย่างไรให้ได้ 2 โลครึ่งตามที่ประกาศ  เริ่มชักไม่แน่ใจแล้ว เพราะไม่ได้ดูเส้นทางนี้มาก่อน ว่าเป็นอย่างไร

2 กม ผ่านไป กลุ่มพยาบาลที่วิ่งเริ่มหมดแรงและเดินในที่สุด จน ดังๆ สามารถเดินแซงได้ แต่ตอนนี้หลานเริ่มออกอาการแล้ว

"เมื่อไหร่จะถึงอ่ะกู๋ หนูหิวน้ำ"  เริ่มส่งเสียงโอดครวญ

แต่ข้าพเจ้าไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะตั้งใจจะหาซื้อน้ำจากแถวนั้น ก็ไม่มีร้านค้าใดๆ หรือ 7-11 เลย จนกระทั่งมิงค์ เริ่มโอดครวญตาม  และดังก็บอกว่าไม่เดินแล้วเดินไม่ไหว   ข้าพเจ้าเลยต้องแก้ไขสถานการณ์ให้เค้าเอากล้องไปเดินถ่ายรูป ซึ่งก็แก้ไขปัญหาไปได้อีกเปาะหนึ่ง ซึ่งเมื่อผ่านระยะสามโล ปัญหาใหม่ก็มาอีกครา เมื่อดังไม่ยอมเล่น ไม่ยอมเดินแล้ว จะให้อุ้มอย่างเดียว เพราะปวดขา

ข้าพเจ้าป่วยก็ป่วยอยู่ แถมยังต้องมาอุ้มอีก แต่ก็ต้องทำไม่งั้นไม่ถึงแน่ๆ อุ้มมาได้ 1 กม เลยแกล้งถามว่าเดินเองได้ไม๊ เดี่ยวเค้าถ่ายรูปไม่สวยนะเวลาอุ้ม ดังจึงยอมลงมาเดินอีกครั้งที่ กม ที่ 4 กว่าๆ หลังเลี้ยวเข้าถนนศรีอยุธยาเส้นเดิม

การเดินทางอันยาวนานจึงจบลง พร้อม กับ ไมโครมาราธอนแรกของ ดังดัง สรุปใช้เวลาเดิน 1:03:31 กับระยะ 4.66 กม

อยากจะด่าผู้จัดงาน ก็ด่าได้ไม่เต็มปาก กับระยะที่ผิดเพี้ยนไปถึง 2 กม  น้ำไม่มีสักจุด เพราะคิดว่าเดินไม่เหนื่อย

แต่ก็ด่าไม่ได้ เพราะงานนี้เป็นงานที่ทั้งครอบครัวตั้งใจมาช่วย  หลังจากที่เดือนก่อน น้องดัง ป่วยต้องเข้า โรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการไข้เลือดออกที่ โรงพยาบาลทหารเรือ และได้รับการดูแลอย่างดี จึงทำให้เราด่าไม่ลงจริงๆ

สำหรับเส้นทางมินิ เป็นอย่างไรไม่รู้  แต่หนุ่ยเล่าให้ฟังว่าสนุกมากกับการวิ่งขึ้นสะพานพระราม 8 ดูมันตื่นเต้นมากเหลือเกินกับเส้นทางนี้

ไช้
10 กรกฏาคม 2011