วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ออกยาว เพื่อ มาราธอน

ในสถานการณ์ปัจจุบัน กับสภาวะน้ำท่วม ที่เกิดขึ้นทางตอนบน ของกรุงเทพฯ นั้นทำให้หลายชีวิตต้องอพยพ โยกย้ายที่อยู่กันอย่างอลม่าน   ณ ตอนนี้ กรุงเทพฯ ถูกข้าศึกประชิดเมืองแล้ว ซึ่งสำหรับการซ้อม ก็ยังคงต้องมีต่อไป เพราะยังไม่มีการประกาศเลื่อนการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ทุกฝ่ายกำลังลุ้น และ ก็ลุ้น สำหรับ กระแส น้ำว่าจะเป็นเช่นไรต่อไป

สำหรับการซ้อมในวันนี้ เป้าหมายการซ้อม คือ ย้ำระยะที่ 30 กม โดยก่อนวิ่งได้สำรวจและคำนวณเส้นทางการวิ่งไว้แล้ว  ซึ่งถ้าวันนี้ผ่านไปได้ ก็จะได้ฤกษ์ เพิ่มระยะไปที่ 35 อีก 2 ครั้ง คงทันแข่งมาราธอนที่กรุงเทพฯ พอดี

ตั้งนาฬิกาไว้ที่ 4 แต่กว่าจะงัดทั้งตัวเองและน้องชาย ขึ้นมาได้ก็เกือบตี 5  สำหรับการซ้อมในครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากน้องชายในการปั่นจักรยานนำและส่งน้ำให้ตลอดเส้นทาง

ในการซ้อมวันนี้ตั้งใจจะให้จบ 30 กม ภายใน 3 ชม เหมือนกับการไปวิ่งที่กาญจนบุรี

การวิ่งในช่วงแรกเนื่องจากยังมีความสดอยู่จึงสามารถประคองความเร็วได้ไม่เกิน 6 นาที ต่อ กม.
ซึ่งสามารถทำได้ 15 นาที เริ่มเกิดอาการจึงผ่อนความเร็วลง ทำให้วิ่งเกิน 6 นาทีตลอดไปจนจบเป้าหมายที่ 30 กม  ด้วยเวลา 3 ชม 5 นาที ซึ่งเกินเป้าหมายไปเล็กน้อย  ในการวิ่งครั้งนี้ทำให้รู้อีกอย่างว่าเวลาที่เราเหนื่อยๆ  น้ำมะพร้าวสักลูก ช่วยสร้างความสดชื่นได้ดีทีเดียว

ขากลับที่จุดกลับตัวที่ซื้อมะพร้าว กิน  ยังได้ซื้อกลับบ้านอีก 4 ลูก โดยให้หนุ่ยแขวนไว้ที่แฮนด์จักรยานกลับบ้าน ด้วย สงสัยจะอร่อยมากเลยติดอกติดใจ

ขอบคุณน้องชาย ที่ทำให้ผ่านวันที่ยากไปได้อีกวันหนึ่ง

ไช้
2 ตุลาคม 2011




วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

Race 73 10 โลที่เร็วที่สุดในชีวิต ก่อนหนีน้ำท่วม

Race 73 กฟภ มินิมาราธอน ครั้งที่ 2

งานวิ่งนี้เป็นงานวิ่งที่ไม่แจกเหรียญ ไม่มีถ้วยอันดับให้ มีเพียงถ้วย Over All ใบเดียว

งานนี้ อ.สถาวร ได้รับเชิญมาเปิดคลีนิคเพิ่มตอบคำถามเกี่ยวกับความรู้ทางวิชาการ โดยลูกศิษย์รุ่นหนึ่งและแนวหน้าภายใต้การควบคุมการฝึกโดยอาจารย์ มาในงานนี้อย่างคลับคลั่ง  โดยเป้าหมายลึกๆ อยากจะเก็บถ้วย Over All ใบนี้ไว้ เพื่อเป็นปฐมฤกษ์ในการเปิดตัวคลับสู่สาธารณะ และประกาศชื่อบนสนามวิ่งอย่างเป็นทางการ



สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ ข้าพเจ้ามีความหวังกับการวิ่งที่ 46 นาที ให้ได้ เพราะมั่นใจในความอดทน ในช่วงนี้ที่มีการซ้อมวิ่งระยะทางไกลมากๆ  แต่ข้าพเจ้ากลับลืมไปว่า ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วและความอดทนนั้นมันผันแปรต่อกัน

สิ้นเสียงสตาร์ปล่อยตัว ข้าพเจ้าใส่เกียร์หมาแวกฝูงชนตะบึงออกไป โดยเป้าหมายในครั้งนี้ คือการเกาะพี่เวช ที่ปกติวิ่งอยู่ที่ 45-46 นาทีให้ได้  ระยะทาง 3 กม แรกใช้เวลาไม่ถึง 13 นาที นี่ถ้ามีสถิติ 3 กม คงทำืสถิติใหม่ขึ้นมาได้อีกแน่นอน แต่ลืมไปว่าใน Endo มีสถิติย่อยไปถึง การจับเวลาวิ่ง 12 นาที ด้วย ซึ่งภายหลังมาตรวจสอบจึงทราบว่า วันนี้ทำลายสถิติที่ระยะ 12 นาที  ระยะ 3 miles และ ระยะ 5 กม ลงได้

วันนี้นอกจากเป้าประสงค์ที่จะวิ่งเกาะพี่เวช แล้ว ยังปรารถนาที่จะขยับสถิติในการแข่งกับบอยให้ลดช่องว่างลงมา เพราะสองรายการหลัง โดนขยับหนีห่างไปอีกแล้ว

วันนี้บนเส้นทางการวิ่ง เกาะกันเป็นกลุ่มใหญ่ของกลุ่มนักวิ่งจากเซ็นทรัลพระราม 2  มีทัี้้งพี่เบิ้ล พี่กอบ พี่เวช ข้าพเจ้า บอย วิ่งไล่กันอย่างสนุก ต่างคนต่างชิงเหลี่ยม ไม่ให้ใครแซงใคร อย่างเมามันส์

จนถูกแซวจากเพื่อนนักวิ่งที่วิ่งอยู่วิ่งฝั่งที่เห็นการวิ่งไล่ล่า  เมื่อวิ่งถึงจุดกลับตัวที่ 5 กม ในบริเวณนอร์ทปาร์ค  เป็นตัวข้าพเจ้าเองที่ถูกไล่ล่า แซงจากบอยไป เพราะวันนี้บอยวิ่งดีมาก สเตปฝีเท้าขึ้นไม่มีตก ซึ่งข้าพเจ้าก็ยังวิ่งไม่ได้ต่ำกว่าเดิมมากนัก แต่สุดท้ายก็โดนทิ้ง

บอยผลัดขึ้นนำไปวิ่งจ่อก้นพี่เวชอย่างกระชั้นชิด แต่พี่เวชก็ไม่ต้องการเสียเลี่ยมจึงเร่งสปีดหนีขึ้นไป ไล่พี่เบิ้ล กับ พี่กอบ ที่อยู่ด้านหน้า ติดๆ กัน

วิ่งดีที่สุดแล้วในปีนี้ แต่ยังดีไม่พอ

กม สุดท้าย ต่างคนต่างวิ่งสปรินท์ เพื่อจะสลัดกันให้หลุด แต่จนแล้วจนรอดอันดับก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ระยะ 10กม

ใช้ ใช้เวลา 47:05
บอย ใช้เวลา 46:30

ใช้ 6 vs บอย 12

ไช้
25 กันยายน 2011

ตอนนี้ขอหนีน้ำท่วมก่อนนะครับ

แล้ว กทม มาราธอน ตูจะได้วิ่งไม๊เนี้ย