วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Race 65 ดอกบัวคู่ ฮาร์ตคอร ฮาล์ฟ มาราธอน

Race 65 ดอกบัวคู่ มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน 2011

งานนี้เป็นงานแรกหลังจากได้ไปรับการอบรมเรื่องการวิ่งมา ซึ่งทำให้เริ่มมีการปฏิบัติตามคำสอน กระเตื้องขึนมาเล็กน้อย  งานนี้เริ่มมีการวิ่งเหยาะๆ เพื่อวอร์มร่างกายให้อุ่่นแล้ว ค่อยมายืดเหยียด (แต่ยังไม่ได้ทำกายบริหาร เพราะเริ่มรู้สึก ประสาทหลอนจาก สนามดูดวิญญาณ เริ่มกลับมาอีกแล้ว

พยายามไม่สนใจ แล้วก็ออกไปวิ่ง  การวิ่งในสวนหลวงนั้นก็เป็นไปตามปกติ มิได้มีอะไรเกิดขึ้น แต่สำหรับสนามนี้ มีการพาออกไปทัวร์ด้านนอก และไปอ้อมบึงหนองบอนเล่น

ไอ้พาทัวร์ข้างนอกนี่แหละ ทำให้อาการบาดเจ็บกลับมาอีกครั้ง เพราะผมเป็นคนไม่ชอบวิ่งบนเส้นทางที่เป็นคอนกรีตในการแข่งขันมาก เพราะวิ่งทีไรเจ็บทุกที ครั้งนี้ก็เช่นกัน พอเจอคอนกรีต ถึงกับท้อ และเมื่อวิ่งไปเจอกับน้องโก และเข้าเส้นทางรอบบึง นั่นเราสองคนถึงกับชวนกันเดิน  โดยไม่มีการปฏิเสธใดๆ เกิดขึ้น สำหรับเราสองคน อาจเป็นเพราะแผลเก่า ที่เดิมของเราทั้งคู่ ได้แสดงอาการออกมาอีกครั้ง จึงไม่อยากซ้ำเติม (จริงๆ ตั้งใจวิ่งแค่ 10km)

เป็นงานวิ่งที่วิ่งแล้วไม่รู้สึกสนุกกับเส้นทางอีกงานหนึ่ง และหลังจบงาน การแข่งขันวันนี้ เหมือนไม่มีการแข่งขันเกิดขึ้นเลย เพราะบอยนำม้วนเดียวจบเฉกเช่นงานอื่นๆ เพราะระยะที่ทิ้งห่างเกินไป เกือบ 2 กม จากการถอดใจเดินชมบึงของพวกเรา

ซึ่งเราก็ตั้งปณิธานไว้ทันทีว่า ถ้าวิ่งเส้นนี้ จะไม่มาวิ่งอีกแล้ววววว

ระยะทาง 21:30 กม

บอย ใช้เวลา  2:01:20
ไช้ ใช้เวลา  2:10:33

บอย 7  vs  ไช้ 4


ไช้
26 มิถุนายน 2011



วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เมื่อเริ่มมีโค๊ช

วันนี้ วันที่ 25 มิถุนายน 2011  เป็นวันที่พวกเรากลุ่มนักวิ่งใหม่ ที่อยากจะมีสถิติที่ดีขึ้น หลังจากได้รู้จักทั้งในเว็บและตัวเป็นๆ กันมาพอสมควร ได้ตกลงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะมาร่วมฝึกซ้อม โดยมีการจัดหาโค๊ช นักวิ่งมาช่วยติวให้ ซึ่งพี่ใหญ่ในงานนี้คือคุณย้ง ที่ได้ติดต่อประสานงาน อ.สถาวร จันทร์ผ่องศรี ในการสละเวลามาช่วยฝึกซ้อมให้ในโครงการ "60 วัน กับโค๊ช"

โดยมีการนัดหมายเจอกันครั้งแรกที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยรามคำแหง เวลา 6:00น. หลังจากที่ได้รับโปรแกรมการฝึกซ้อมมาครบหนึ่งสัปดาห์

แต่เดิมตัวเองก็ลังเลกับโครงการนี้อยู่พอสมควร กับเวลานัดหมาย เพราะว่าโดยปกติวันเสาร์ จะเป็นวันที่ข้าพเจ้าจะต้องไปตีเทนนิสกับน้องมาตลอดสองปี  แต่หลังจากได้เห็นผลงานของพี่เค้า รวมทั้งน้องเริ่มไม่ว่างวันเสาร์ และสิ่งที่กังวลอีกก็คือ เมื่อเข้าฝึก จะต้องออกสนามน้อยลง  เพราะโค๊ชจะนัดซ้อมกันในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดของโค๊ช  แต่คุณย้งแจ้งว่า อาจจะซ้อมวันเสาร์ และอาทิตย์ในบางครั้ง จึงได้ตอบรับโครงการไป

ซึ่งเมื่อไปถึงก็ได้พบกับ อ.สถาวร พร้อมทั้ง ผช.โค๊ช 2 คน ผอมๆ จำชื่อไม่ได้ ณ ตอนนั้น หลังจากได้พูดคุยกันและมากันครบ ทางอาจารย์ก็เริ่มให้ความรู้ และ แจ้งว่าจะขอปรับท่าวิ่งในปัจจุบันให้เหมาะสมก่อน ซึ่งก็ให้พวกเราทุกคนวิ่งให้ดู และให้ผู้ช่วยโค๊ชช่วยให้คำแนะนำ 

สำหรับสิ่งที่ได้รับถ่ายทอดมาจากโค๊ช นั้น ทำให้ข้าพเจ้าปฏิบัติมา นั้นขาดความถูกต้องโดยสิ้นเชิง เพียงเพราะการซ้อมที่ดูจากคนอื่นซ้อมกันอยู่ เป็นสิ่งที่ถ่ายทอดกันมาอย่างไม่ถูกต้อง โดยคิดว่าเป็นสิ่งถูกต้อง ดังนั้น จึงช่วงเวลาที่ต้องปรับจูนสมองกันใหม่อีกครั้ง

สมองต้องจูน เรื่องพวกนี้ลงใหม่ เป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติทุกครั้ง ก่อนและหลังการซ้อมวิ่ง

1. วิ่งเหยาะๆช้าๆ ก่อนการซ้อมทุกครั้งอย่างน้อย 15- 20 นาที
2. ยืด - เหยียดและกายบริหารโดยเน้น ลำตัว แขน ขา  โดยทำไล่ตั้งแต่ส่วนบน ลงล่าง
3. หลังการซ้อมต้องวิ่งเหยาะๆ ช้าๆ อย่างน้อย 15-20 นาที
4. กายบริหารและยืด - เหยียด ทุกครั้งหลังการซ้อม



การซ้อมจัดท่าวิ่งสำหรับข้าพเจ้านั้นค่อนข้างยากมากเพราะเคยชินกับวิธีการวิ่งแบบเดิมๆ และวิธีการวิ่งที่ตัวเองคิดว่า จะไม่ทำให้เข่ามีอาการบาดเจ็บอีก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้เกิดความรู้สึกกลัวที่จะบาดเจ็บเป็นอย่างมากเลยทีเดียว  แต่ก็ต้องสู้ต่อไป

โปรแกรมแรกในชีวิต

วันที่ 22/6/11
Jog 20 Minute
ยืดเหยียด
Set 1  4KM  pace 5.45 per km
Jog 5 Minute
Set 2  4KM  pace 5.45 per km
Jog 20 Minute and cool down
ยืดเหยียด


วันที่ 23/6/11
Jog 20 Minute
ยืดเหยียด
200x10 under 0:55
Jog 200 after Lap
Jog 20 Minute and cool down
ยืดเหยียด


วันที่ 24/6/11
Jog 20 Minute
ยืดเหยียด
6km pace 5.50 per km
Jog 20 Minute
ยืดเหยียด


วันที่ 25/6/11
พบโค๊ช



ไช้
25 มิถุนายน 2011



วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Race 64 เมื่อก๊วยเจ๋ง ได้รับการถ่ายทอดวิทยายุทธ

Race 64  กระทุ่มแบนมินิฮาล์ฟ มาราธอน

ปีนี้ ได้มีโอกาสมาเยี่ยมสนามนี้เป็นครั้งแรก หลังจากที่แคล้วคลาดกันไปหลายครั้ง  วันนี้ทางกลุ่ม Endomondo มีนัดสำคัญที่จะมาชมการสาธิตการวิ่งโพส จาก กลุ่มของคุณย้ง คุณโก๋ อ.เปา และ อ.สถาวร จากบางขุนเทียน ที่จะจัดขึ้นในวันนี้ หลังจากการวิ่ง

ซึ่งมีนัดการนัดหมายพบปะกับนักเขียนฝีปากกล้า นาม "สับปะรดขลุ่ย" ด้วย  ซึ่งนั่นคือบรรยากาศที่จะต้องรอชมหลังจากวิ่งเรียบร้อย  เพราะวันนี้เป็นวันที่ นักเขียนนามปากกาตาเยอะ ได้ท้าประลองกับคุณน้อยวิช  โดยมีสักขีพยานกันอยู่เพียบ  เพียงแต่ว่าเราไม่รู้ว่าใครคนไหนคือ นักเขียนท่านนั้น


ในการวิ่งวันนี้หมายมั่นปั้นมือว่าจะตีเสมอบอยให้ได้หลังจากปล่อยให้เค้านำไปหนึ่งช่วงตัว  และอีกเป้าหมายนึง คือเป็นการปลดปล่อยฝีเท้าของคุณย้ง ว่าหลังจากได้เริ่มชักชวนเพื่อนๆ ในกลุ่ม Endomondo มาร่วมกันสร้างปรากฏการใหม่ กับการวิ่งที่มีโค๊ช โดยเป้าหมายที่จะสร้างอาชีพโค๊ชให้เกิดขึ้น เฉกเช่นกีฬาประเภทอื่นๆ 

ซึ่งคุณย้งได้เข้ารับการถ่ายทอดวิธีการฝึกซ้อมเป็นคนแรกของในกลุ่ม ผ่านทางการสื่อสาร ยังมิได้เจอตัวจริงๆ กัน

วันนี้เหมือนวันนัดดูตัวเจ้าสาว อย่างไรอย่างนั้น  ทั้งคุณย้ง คุณน้อย คุณป้อม คุณโก และข้าพเจ้า นัดมาดูตัวกันที่นี่ ก่อนเริ่มการเข้าคอร์ท ฝึกซ้อม ตามที่ได้คุยกันไว้ในเว็บและโทรศัพท์ก่อนหน้านี้

เหมือนกับว่า การวิ่งวันนี้จะเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้เห็นถึงความสำคัญของการมีโค๊ชช่วยเหลือในการฝึกซ้อม ซึ่งภาระกิจนี้จึงตกอยู่ที่คุณย้งอย่างเลี่ยงไม่ได้  และแล้วเมื่อถึงเวลาปล่อยตัว ก็เกิดขึ้น  เรายังไม่เห็นโค๊ชมา ไม่รู้ว่าตัวจริงจะหล่อเหมือนคำพูดและวลีเด็ด ในเว็บดังหรือป่าว เป็นสิ่งที่ต้องลุ้นกันต่อไป แต่ตอนนี้หน้าที่ของเราคือ วิ่งให้จบ และ ชนะให้ได้ นั้นคือสิ่งที่เป้าหมายหลักในวันนี้

ระหว่างค้นหาสัญญาณ GPS

วันนี้การปล่อยตัว ไม่ได้ปล่อยตรงจุดเริ่มต้น เพราะด้วยทางที่แคบและกลัวความไม่ปลอดภัยที่จะเกิดขึ้นจึงมีการเปลี่ยนจุดปล่อยตัวไปปล่อยที่หน้าโรงเรียน ซึ่งข้าพเจ้าไม่รู้ว่านี่คือธรรมเนียมของที่นี่หรือป่าว เพราะเพิ่งมาปีแรก  ไว้ปีหน้าค่อยมาย้ำอีกที แล้วจึงจะบอกได้ว่า อันนี้ คือ Kratumban Culture.

วันนี้ คุณโก้ แกทำฮา ไปทำท่า แพลงกิ้ง หน้าจุดสตารท์ด้วย ฮาจริงๆ เรียกว่าทำเอาบรรยากาศถ้าตรึงเครียดนี่หายไปในบัดดล

สิ้นเสียงปล่อยตัว วันนี้เราที่อยู่แนวกลางของผู้เข้าร่วมวิ่ง ออกวิ่งด้วยความเร็วที่เร็วกว่าปกติเพราะเป็นการไปวิ่งตามกลุ่มที่อยู่ด้านหน้า  จุดที่ควรปรับปรุงแรกคือ เมื่อปล่อยตัว มีรถกะบะวิ่งมาจากอีกถนน และต้องหยุด ตรงแยก เพื่อให้กลุ่มนักวิ่ง วิ่งผ่าน  ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่า เราคงต่างคนต่างเซ็ง

วันนี้ที่ชมรม มีผู้มาเข้าร่วมมากมายคงเป็นเพราะเป็นที่ใกล้บ้าน วันนี้ การวิ่งจึงเห็นเสื้อเหลืองวิ่งเรียงรายกันเต็มไปหมด


การวิ่งในครั้งนี้จากการออกตัวที่เร็วเกินไปในช่วงแรก ทำให้เกิดอาการจุก จึงต้องผ่อนความเร็วลงเล็กน้อย แต่พยายามประคอง ระยะห่างจากน้องชายไว้ให้เยอะที่สุด เพราะงานที่แล้วมันเล่นเราไว้เยอะ ข่มกันไม่เลิก ยังไงงานนี้ก็แพ้ไม่ได้

ตามที่ได้กล่าวไว้ว่างานนี้มีการแข่งขันระหว่างคุณน้อย กับ คุณสับปะรดขลุ่ย ผู้เป็นบุคคลนิรนาม แต่มีการเฉลยร่างจริงเอาไว้เล็กน้อยว่าได้ร่วมวิ่งที่งานเซ็นทรัลรีเทล และจากการดูเวลา ก็รู้เลยว่าเป็นแนวหน้าชัดๆ และที่สำคัญน่าจะเป็นคนนั้นตามที่เราไว้ในเว็บไซด์ที่ได้พูดคุยกันไว้  ซึ่งเราก็ได้เจอบุคคลนั้น ตอนก่อนเราขึ้นสะพาน แต่เค้าลงสะพานสวนมาแล้ว   "คุณน้อย เอ๋ย งานเข้าแล้ว"

สำหรับการวิ่งบนสะพานก่อนจุดกลับตัว ที่ยาวและชัน ทำให้การวิ่งนั้นต้องผ่อนความเร็วลงอีก พร้อมทั้งความเมื่อยล้าที่ยิ่งสะสมมากขึ้น  เมื่อลงสะพานมา มีวงแตรวง หรืออะไรมองไม่ชัด ขับกล่อมให้กำลังใจอยู่  บรรเลงเพลงโดยเด็กนักเรียนตัวน้อยๆ เรียกรอยยิ้มสำหรับคนที่กำลังเหนื่อยได้ดีทีเดียว

ตอนนี้ผมเริ่มชักจะรำคาญโทรศัพท์ผมแล้ว เพราะการถือโทรศัพท์วิ่ง จะกินน้ำก็ไม่สะดวก เหงื่อเข้าเครื่อง เสียหายขึ้นมา ได้ไม่คุ้มเสียเลยทีเดียว เหตุเพราะลืมเอาสายคาดแขนมานี่ทำเอาหมดอารมณ์เลยทีเดียว  

วิ่งมาตั้งนานวันนี้ ตามใครไม่ทันเลย และก็ไม่รู้ว่าเพื่อนในกลุ่ม Endomondo นี่อยู่หลังหรืออยู่หน้าเพราะไม่เจอใครเลย  สิ้นความคิดก็เจอ คุณโก กำลังวิ่งอย่างหมดแรง ก็ได้วิ่งตามไปสักพักและแซงในที่สุด เพราะรู้สึกว่าน่าจะมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับการวิ่งวันนี้ของคุณโก ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากอาการบาดเจ็บจากสนามดูดวิญญาณเฉกเช่นเดียวกับข้าพเจ้า

มาถึงตอนนี้ชักสนุกที่วันนี้จะวิ่งเข้าไปคนแรกของในกลุ่ม Endomondo แน่ๆ แต่คงสู้บอยไม่ได้เพราะจ้ำอ้าวไปไกลแล้ว  แต่ความคิดนี้ก็สลายทันที เมื่อคุณย้ง วิ่งตีคู่ขึ้นมาและเร่งสปีดหนีออกไป ราวกับว่าเพิ่งจะเริ่มวิ่ง ไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน  ฤ นี่จะเป็นยาดีจากการฝึกซ้อมแบบมีโค๊ช

พยายามเหมือนกันที่จะเร่ง แต่ก็เร่งไม่ขึ้น  อากาศร้อน  ใจที่ไม่สู้  และกลัวอาการบาดเจ็บ จึงได้แต่วิ่งประคองเข้าเส้นชัยไป 

ความรู้สึกแรกคือตื่นเต้นไปกับคุณย้ง ที่วิ่งวันนี้ได้ดีมาก  คิดไปไกลเลยว่า ถ้าเราไปลองฝึกซ้อมด้วย เวลาวิ่งคงดีขึ้น และสู้บอยได้อย่างสูสีแน่งานนี้


ระยะทาง 11.15 กม
ไช้ ใช้เวลา  58:38 นาที
บอย ใช้เวลา  56:19 นาที

ไช้ 4 vs บอย 6


วันนี้ทำ Personal Best ได้ในสถิติ Endomondo ระยะ 5 KM  เวลา 24:41s




บรรยากาศหลังงานเป็นการพูดคุยกันในกลุ่มนักวิ่ง รวมทั้งเปิดตัว สับปะรดขลุ่ยอย่างเป็นทางการ ผู้คนให้ความสนใจขอถ่ายรูปกันเป็นแถว เพราะชอบในสำนวนกวนๆ ในการนำเสนอเรื่องราวแปลกๆใหม่ในอีกมุมมอง

ส่วนการสาธิต ไม่เห็นมีเกิดขึ้น ณ ตอนที่ผมอยู่ เพราะนักวิ่งส่วนใหญ่ ให้ความสนใจไปกินข้าว ไปรับถ้วย ไปดูรูปตัวเองที่บอร์ดมากกว่า

สุดท้ายได้เข้าไปสวัสดี อ.สถาวร ด้วยความเหนียมอายเล็กน้อย แต่ไม่กล้าพูดคุยอะไรมากกว่านี้

ไช้
19 มิถุนายน 2011

วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Race 63 ด้วยหัวใจอาสา 2

Race 63 เดินวิ่ง สวนนครเขื่อนขันธ์

วันนี้ได้มาร่วมเดินวิ่ง งานฟรี กับสวนนครเขื่อนขันธ์  นักวิ่งเยอะมาก เพราะเป็นงานฟรี

บรรยากาศเป็นไปอย่างชุลมุน เพราะเบอร์วิ่งที่ให้จองในเว็บล่วงหน้า ปรากฏว่าตอนไปรับจริงมั่วมากครับ จนไม่พบกับเบอร์ตัวเองที่จองไว้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จัดงาน ก็ตามน้ำ ปล่อยเบอร์มั่วให้กับนักวิ่งไปหมด

คนสมัครไว้ก่อนไม่ได้เบอร์ คนได้เบอร์เพิ่งมาสมัครอะไรประมาณนั้น  จริงอยู่เป็นงานฟรี แต่ถ้าจะมั่วแบบนี้ไม่ต้องให้สมัครก่อนให้เสียความรู้สึกหรอกนะครับ

สำหรับวันนี้ตั้งใจจะมาวิ่งให้เต็มที่เพื่อฟื้นพลัง และความเชื่อมั่นให้คืนมา ซึ่งปรากฏว่าวันนี้ต้องมาเป็น Pacer ให้หลาน โดยไม่ได้ตั้งใจ 

คือเมื่อปล่อยตัววิ่ง หลานบอกวันนี้จะวิ่ง 10 km  ซึ่งข้าพเจ้าดูบรรยากาศวิ่งในสวนแล้ว ถ้าปล่อยไปคนเดียว มันคงไม่รอดแน่นอน จึงตั้งใจ วิ่งด้วยตลอดทาง  หลานเพิ่งจะเริ่มมาออกกำลังกายได้ไม่ถึง 2 เดือน ส่วนใหญ่มาซ้อมวิ่งไม่ประจำ และระยะสูงสุดไม่เกิน  2 กม  ทำให้ข้าพเจ้าไม่ไว้วางใจในการวิ่งครั้งนี้ แต่เดิมตั้งใจจะให้มาวิ่งแค่สั้นๆ แต่อยากตะโกนบอกจัดงานมากๆ เลยครับ ว่าคุณสักแต่ว่าจะจัดงาน โดยไม่มีองค์ความรู้อะไรเลย การจัดการวิ่งระยะเดียว 10 กม  ไม่มีใครเค้าทำกัน ยิ่งคุณประชาสัมพันธ์งานว่าฟรี  ลูกเด็ก เล็กแดง จากหลายครอบครัว ถูกนำมาเพื่อรายการนี้  ผมสังเกตุเห็นก่อนการวิ่งมีเด็กจำนวนมากมาย มาลงรายการนี้ เพราะเข้าใจว่ามีระยะสั้น  แต่เมื่อมาถึงงานกลับมีระยะแข่งขันเพียงระยะเดียว  ซึ่งทำให้เกิดเหตุการณ์ลากให้เด็กวิ่ง 10 กม โดยไม่สมควรอย่างยิ่ง
ระหว่างรอสัญญาณการปล่อยตัว

การวิ่งเป็นไปในลักษณะ ถนอมแรง และ ไม่ให้ล้าเกินไป เป้าประสงค์เพื่อให้จบระยะทางให้ได้ นี่คือสิ่งที่บอกหลานก่อนวิ่ง  และพอเริ่มวิ่งจริง
ก็วิ่งไปในอัตราความเร็ว 8 นาที ต่อ กม และก็วิ่งได้เพียง 2 กม เท่าระยะที่หลานซ้อม และก็ต้องหยุดวิ่ง เพราะหลานบอกเจ็บขาและก็เหนื่อย

นี่คืออีกหนึ่งบทเรียน ที่เจ้าจะต้องเรียนรู้ว่า ในเมื่อเจ้ามีต้นทุนแค่นี้ เจ้าก็จะทำได้เพียงแค่นี้ ตราบใดที่เจ้าไม่สามารถที่จะขยายต้นทุนของเจ้าออกไป เจ้าก็คงไม่สามารถที่จะพัฒนาตนเองให้ได้ดีขึ้น

การวิ่งหลังจากระยะ 2 โล นั้นเราควรจะเรียกว่าเดินดีกว่า แต่ทำอย่างไรให้ไปถึงเป้าหมายให้เร็วที่สุดโดยปราศจากการวิ่ง การเดินเร็วจึงเกิดขึ้น ระหว่างทางเห็นเด็กเดินกันมากมาย มีผู้ปกครองหลายคน ต้องคอยประคอง ทั้งปลอบใจทั้งให้กำลังใจ เพื่อให้ลูกหลานตัวเอง เดินและวิ่งต่อไป

ผมมองเหตุการณ์นี้ เป็นบทเรียนราคาแพง ที่ผู้เข้าร่วมแข่ง ที่จะต้องพิจารณาเพื่อความปลอดภัยของบุตรหลานตนเอง ก่อนที่จะคิดเพียงว่าเราจะได้วิ่ง  เพราะหากเกิดเหตุการณ์อะไรที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น ความเศร้าโศกเสียใจจะต้องเกิดขึ้น ซึ่งบทเรียนนี้ผมก็จำไว้ในใจเสมอ ว่าหากมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ผมจะต้องตัดสินใจ ภายในสองอย่างนี้ คือ วิ่งรายการนี้ต่อไปคนเดียว หรือไม่วิ่งเลย เพราะเรื่องความปลอดภัยของเด็กๆ

ตอนนี้ ก็ยังยิ้มได้

การเดินมาราธอน ได้ผ่านพันไป ในช่วง กม. ที่ 5 เด็กๆ เริ่มออกอาการงองแง กันอีกครั้ง หลายคนจะเข้าห้องน้ำ หลายคนอยากกลับบ้าน

คนที่ปวดห้องน้ำต้องอาศัย บ้านชาวบ้านแถวนั้นช่วยปลดทุกข์

คนที่อยากกลับบ้านก็มี เพราะตอนนี้มีรถสองแถวของงานที่ไล่เก็บของ โต๊ะให้น้ำ วกกลับเข้ามา บางคน ก็ขออาศัยขึ้นรถกลับ เพราะทนสงสารลูกหลานตัวเองไม่ได้

ผมก็เป็นอีกหนึ่งคนเช่นกันที่จะส่งหลานตัวเองขึ้นรถ แต่ก็ได้รับคำตอบจากหลานว่า  ถึงจะวิ่งไม่ไหว ก็ขอเดิน เข้าเส้นชัยให้ได้ เพราะนี่คือรายการแรกของเค้า เค้าอยากจะวิ่งให้จบเหมือนกับคนอื่นให้ได้  ซึ่งมีเด็กๆ มีหลายคน ที่เดินมาด้วยกันเห็นด้วย จึงประคองกันวิ่งเหยาะๆ สลับเดินกันต่อไป

กม ที่ 7 ผ่านไป เริ่มมีรถของงานเริ่มขับมาเก็บเด็กที่วิ่งไม่ไหว ซึ่งเห็นว่าขนมาเต็มท้ายรถกะบะ ซึ่งไม่มีที่ว่างให้สำหรับกลุ่มของเด็กที่เราวิ่งด้วยกันมาอยู่  ซึ่งเ้จ้าหน้าที่บอกถ้าจะขึ้นให้รอรถคันต่อไป ซึ่งกำลังจะมา

กม ที่ 8 มาถึงรถคันดังกล่าวก็มาถึงจุดที่พวกเรากำลังเดินกันอยู่สุดท้าย เด็กในกลุ่มเกือบทั้งหมดก็ถอดใจ และเจ้าหน้าที่ก็ตะโกนบอกว่าขึ้นมาเลย เดี่ยวเอาไปปล่อยไว้ที่กมสุดท้ายให้วิ่งเข้า

ข้าพเจ้าหันไปมองหน้าหลาน  ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ นอกจาก การส่ายหน้า กลับมา  ซึ่งจากจุดนี้เหลือเด็ก 2 คน กลับผู้ใหญ่อีก 5 คน ในการร่วมเดินทาง 2 กม สุดท้าย

เส้นทาง 2 กม สุดท้ายทำให้รู้จักเพื่อนเพิ่มขึ้นมา การพูดคุยแลกเปลี่ยนบทสนทนากันได้เกิดขึ้น ได้ความว่า บางท่านเคยวิ่งมาแล้ว แต่สุดท้ายด้วยการงานจึงหยุดวิ่งไป แต่วันนี้เห็นว่าใกล้บ้านเลยมาลองวิ่งอีกครั้ง ซึ่งทำให้รู้ถึงร่างกายเลยว่าทรุดโทรมไปมาก และทำให้เค้าตั้งใจเริ่มกับมาซ้อมอีกครั้งให้ได้

นี่คงเป็นเรื่องดีดี ที่ผมได้รับจากงานนี้

มาถึง กม ที่ 9 เมื่อมาถึงจุดนี้ สิ่งที่ได้รับ คือ ความฉงนปนสงสัย เพราะมีทางแยก ซ้ายขวา แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำจุดอยู่เลย  อาจเป็นเพราะเป็นเวลาที่เนิ่นนาน กับแสงแดดที่เริ่มแผดเผา ทำให้เจ้าหน้าที่แยกย้ายกันกลับ เพราะคิดว่าคงไม่มีใครอยู่ด้านหลังแล้ว

นี่เป็นอีกจุดที่ควรปรับปรุงแก้ไข ว่าควรจะมีการประสานกับเจ้าหน้าที่ด้วยว่า คนสุดท้ายมาหรือยัง หรือเพียงแต่ว่าเค้าจะดูว่า นักวิ่งแฟนซี เข้าไปหรือยังเป็นบรรทัดฐาน (แซวอาอี้เนเน่นะครับ)

การตัดสินใจในตอนนั้น คือการตัดสินใจเลี้ยวขวา เพราะคิดว่าน่าจะถูกและเห็นมีรถขับไปทางนั้น ก่อนหน้านี้ เราเดินสลับวิ่งตามรถขนเด็ก มาตลอด แต่ก่อนถึงจุดนี้ เป็นจุดอับตรงโค้ง ทำให้เกิดการคาดสายตาในการจับจ้องรถคันดังกล่าว

การตัดสินใจดังกล่าว นั้นนำไปสู่ความผิดพลาด เพราะเมื่อเราวิ่งไปสักระยะ ก็มีเสียงเจ้าถิ่นโห่ร้องต้อนรับ กันอย่างคับขั่ง และ มองข้ามไปแนวรั้วก็เป็นแม่น้ำใหญ่ที่เราคุ้นตามาตลอด  การวกกลับเข้าสู่เส้นทางเดิมได้เกิดขึ้น  "หลงอีกแล้วตรู"

จากนั้นจึงกระตุ้นให้ทุกคนในทีมที่เหลืออยู่เริ่มวิ่ง เพื่อเข้าเส้นชัย  เส้นทางเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อวิ่งผ่านจุดที่เราจอดรถกันอยู่ การวิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าผมจะทำสถิติได้ดีเช่นนี้  กับการวิ่งเข้าเส้นชัย เืมื่อซุ้มสตาร์ท ฟินิช กำลังถูกล้มเพื่อจัดเก็บ และจะต้องจับตั้งขึ้นใหม่เพื่อให้พวกเราวิ่งผ่าน

กับสถิติเข้าเส้นชัยคนสุดท้ายที่ได้รับ ย้ำคนสุดท้ายจริงๆ  จนตากล้องต้องรีบนำกล้องออกมาถ่ายใหม่

บรรยากาศที่โดนชาวบ้านแซวตลอดเส้นทาง กม สุดท้าย ที่คนอื่นกำลังเดินกลับ

บรรยากาศที่โดนพี่ๆ ในชมรม แซวเมื่อเข้าเส้น

บรรยากาศที่่โฆษกประกาศว่า เหรียญเหลืออยู่ 8 เหรียญ สำหรับ คน 7 คน

บรรยากาศการวิ่งที่สามารถนำบุคคลในครอบครัวมาเริ่มวิ่งได้ โดยตัวเองเป็นพี่เลี้ยงให้ตลอดทางจนจบ

นี่คงเป็นอีกเรื่องที่ดีดี ที่ไม่เคยได้รับจากที่ใดจากที่นี่มาก่อน





มินิมาราธอนแรก ในชีวิต ภาพจากพี่เตือน
นักวิ่งต่างๆ ที่เห็นต่างหัวเราะชอบใจ เพราะคนอื่นกินข้าวกำลังกลับกันหมดแล้ว แต่หล่อนเพิ่งจะเข้าเส้นชัย







กับสถิติ ช้าที่สุดในสนามครั้งแรก  และ ยิ้มแหยๆ กับการครองบ๊วย


วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Race 62 ด้วยหัวใจอาสา

Race 62 มูลนิธิ ด้วยหัวใจอาสา ครั้งที่ 1

"ด้วยหัวใจ ที่อาสา พาคนวิ่ง          ถึงวันนี้ จะเริ่มวิ่ง กับน้องฉัน
ด้วยหัวใจ ที่จะร่วม วิ่งฝ่าฟัน         ไปให้ถึง ฝั่งฝัน ของตัวเอง"

"หลังจาก Race หฤโหด ที่โขกสับ   ทำให้จับ จุดตัวเอง วิ่งไม่ไหว
จำต้องลด ปรับ Pace สำหรับใช้    ประคองใจ ให้พลิก วิกฤตตน"

วันนี้เป็น pacer ส่วนตัวให้กับหนุ่ย

เสื้อแข่งเซ็นทรัลพระราม 2 ได้ส่งพร้อมให้กับน้องชายอย่างเป็นทางการ จากเฮียเทพ  วันนี้ได้ฤกษ์นำมาใส่ประเดิมสนามแรก

สำหรับการแข่งขันวันนี้ เนื่องจากสภาพจิตใจและร่างกายยังบอบช้ำจากงานก่อนหน้านี้ และยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น จึงได้สละตัวเองมาวิ่งลากน้อง สำหรับ มินิมาราธอนแรกของเค้า

ก่อนจะออกจากบ้าน ฝนตกครับ จนนึกว่าจะต้องยกเลิกซะแล้ว แต่สุดท้าย ก็หยุด เพื่อให้เราเดินทางจนได้

งานนี้ถือเป็นงานวิ่งที่สบายที่สุดตั้งแต่วิ่งมา เพราะไม่ต้องเค้นอะไรวิ่งไปเรื่อยๆ ชักติดใจแล้วล่ะสิเรา

ระยะทาง 10.24  ใช้เวลา 1:08:34  Twin finished.






ไช้
5 มิถุนายน 2011