วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Race 78 ปิดจ้อบปี 54 กับฝันร้ายที่สนามดูดวิญญาณ

Race 78 ฮาลพ์มาราธอน สถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร


ฝนฟ้า เป็นอะไรหนอช่วงนี้ จู่ๆ เช้้าวันนี้ก็เกิดอากาศเย็นขึ้นมา โดยไม่ได้นัดหมาย ไม่เหมือนกับการนัดหมายไปทดสอบสภาพความพร้อมของนักวิ่งกลุ่มที่มาซ้อมกับ อ.สถาวร

วันนี้ ตั้งใจมาวิ่ง กับ หนุ่ยสองคน โดย หลานอีกสองคน มาสังเกตุการ์ณ แต่จากสภาวะอากาศที่จู่ก็เย็นลงมาก  ทำให้ น้องชายเป็นห่วงหลานว่า ถ้าไม่ได้วิ่งก็ไม่รู้จะไปอยู่ตรงไหน เพราะหลบตรงไหนก็หนาว เลยตัดสินใจไม่สมัครและลงวิ่ง คงเหลือแต่ตัวข้าพเจ้าเพียงคนเดียว ที่ยังมุ่งมั่นที่จะเอาคืน สนามนี้ให้ได้ ส่วนทั้งน้องทั้งหลานหนีไปหลบนอนในรถ เพื่อหลบลมหนาว

ระยะทางคราก่อนที่วิ่งจำได้ดี 23 กม คราวนี้หลังว่าจะทำให้ดีกว่าเดิม  ซึ่งงานนี้ก็เป็นอีกงานที่การวอร์มนั้นวอร์มถึงจุด คงเป็นเพราะอากาศที่เย็น จึงทำให้จำเป็นต้องทำให้ร่างกายร้อนที่สุด ได้น้องม็อค มาช่วยลาก ช่วยวิ่งเป็นเพื่อนในตอนวอร์ม หลังจากวอร์มก็มาทำการยืดเหยียด  ตามขั้นตอน อาทิตย์นี้ดีขึ้นหน่อยหลังจากที่เจ็บเมื่ออาทิตย์ก่อน แต่อาการไม่หนักมาก  และมีโอกาสหนีงานออกมาซ้อมได้วันสองวัน ทำให้รู้สึกดีขึ้น   วันนี้ปล่อยตัวช้ากว่ากำหนด มาจากสองสาเหตุ คือ 1 ไม่มีนักวิ่งมาวิ่งเท่าใดนัก และ เหมือนกับทางงานก็ไม่พร้อม เพิ่งจะมาจัดสถานที่เอาตอนเช้า  และ 2 เส้นทางที่มืด เพื่อความปลอดภัยจึงขอเลื่อนเวลา ให้พอมีแสงก่อนจึงปล่อยตัว

อากาศที่เย็น ลมที่แรงในตอนปล่อยตัวทำให้การวิ่งในส่วนขาไปเป็นไปอย่างสบาย

10 กม แรกขาไป ยิ่งวิ่งยิ่งมันส์ เพราะอากาศเย็น และ แรงลมที่ส่งให้ไปข้างหน้า ระหว่างวิ่งคิดในใจเวลาดีวุ้ย  แต่หาได้คำนวณขากลับ ว่าจะเจอกับอะไร จนมาเอะใจ เมื่อเจอกับพี่ที่รู้จักคนนึง ได้ตะโกนบอกตอนสวนกัน ว่าวิ่งไม่ออก ลมแรงมันต้านกลับหมดเลย  ถึงว่าตอนแรกนำห่างๆ ทำไมเราถึงไล่มาได้

จากที่ไม่เคยวิ่ง pace 5:00 ต้นๆ ในการลงวิ่งฮาล์ฟ มาเลยในชีิวิต เพราะปกติจะวิ่งอยู่ที่ 6 นาที ด้วยความกลัว กลับทำได้ดีในสนามนี้ และช่วง กมที่ 10-11 กดลงไปได้ต่ำกว่า 5 นาทีเสียอีก

แต่กำไรที่ได้รับมา ก็เริ่มหดและลดลง เมื่อผ่านจุดกลับตัว  เสียงลมผ่านเข้าหูแรงมาก หน้าชา เพราะอากาศเย็นอยู่แล้วยิ่งรู้สึกหนักยิ่งขึ้น


ดู ลม สิครับ


ยิ่งวิ่งยิ่งไม่ไป หลายคนออกอาการหงุดหงิดมาก แต่ทำไงได้มันคือธรรมชาติล้วนๆ

เป้าหมายที่ล็อกไว้ในตอนนี้ คิดว่าสามารถประคองให้จบระยะไม่ให้ช้ำแบบครั้งก่อนได้ แต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องการทำมากกว่านั้นคือการล้างสถิติ ฮาล์ฟที่ค้างอยู่ที่ 2 ชม มานานแล้ว

ความพยายามในการวิ่งที่ต้องใส่ลงไปมากขึ้น ก็แทบหมดลงที่ กมที่ 18  แต่เหมือนฟ้าประทาน  น้องม็อค หลังจากวิ่งมินิ เรียบร้อยแล้ว ได้วิ่งย้อนกลับมาช่วยลากไปให้ ทั้งตอนขึ้นสะพาน ทั้งกระตุ้นให้เร่ง ทั้งให้กำลังใจ จนกระทั่งผมไม่ไหวจริงๆ จึงบอกว่าขอแค่นี้พอ เพราะจะอ๊วกแล้ว จึงผ่อนลง เมื่อไกล้เส้นชัยและผ่านระยะครึ่งมาราธอน จากเสียงนาฬิกา  จากนั้นเมื่อถึงใกล้จุด ที่ช่างภาพ รอถ่ายรูป น้องม็อค จึงขอตัวแยกออกมา เพื่อให้ข้าพเจ้าอยู่ในเฟรมคนเดียว

งานนี้ถ้าไม่ได้น้องม็อค อาจถอดใจไปแล้วก็ได้

่วิ่งจบสะใจในการล้างอดีต ของ บรรยากาศ มาคุ ที่นี่ได้สำเร็จ กับ New PB Half Marathon  1:52:55s

ระยะทาง  21.59  ใช้เวลา  1:55:54

ไช้
25 ธันวาคม 2011

Special Thanks  to  น้องม็อค ที่มาช่วยลาก
                         to อากาศที่ยอดเยี่ยม
                         to อดีตอันเลวร้าย ที่กระตุ้นให้ผ่านมันไป

ปิดฉาก ชีวิตนักวิ่งในปี 2011  และ รอคอยการวิ่ง ปี 2012 ต่อไป  เจอกันแน่ จอมบึง





วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Race 77 เป๋ห่าว คืนสนาม

Race 77  บางหญ้าแพรก มินิมาราธอน ครั้งที่ 1



งานในครั้งนี้ได้รับการประสานงานจากคุณนิพนธ์ ในการจัดการแข่งขันขึ้นมา ทำให้มีโอกาสได้วิ่งฟรีอีกแล้ว

และก็เป็นอีกอาทิตย์ที่ไม่มีการซ้อมเกิดขึ้นในระหว่างสัปดาห์ จนกระทั่งจะได้มาซ้อมกับ อาจารย์เช้าวันเสาร์ แต่กลับตื่นสายตื่นมาก็ 6:30 แล้ว จึงตัดสินใจไม่ไปและซ้อมเองอยู่ที่บ้าน ระหว่างการซ้อมก็วิ่งปกติไม่เร็วมากในช่วงแรก และเริ่มเร่งความเร็วขึ้นเพื่อให้เหนื่อย แต่ปรากฏว่าระหว่างสปีด นั้น มีรถขับข้ามถนนมาตัดหน้า ทำให้เราต้องเบรคและเบี่ยงตัวหนี จนทำให้เข่าข้างเดิมเจ็บจนได้

ซึ่งงานบางหญ้าแพรก ได้สมัครวิ่งไป 4 คน ทั้งบ้าน ด้วยที่รับปากไว้แล้ว จึงต้องมางานตามปกติ

โดยข้าพเจ้าและน้องชาย วิ่งมินิ  หลาน ทั้งคู่ ลงประเภทเดิน  โดยงานนี้สามารถสบายใจได้เพราะฝากคุณน้อง ขวัญใจบอยให้ช่วยดูแลหลานให้

วันนี้ ยังไม่ลงสนามก็รู้แล้วว่าแพ้

ไช้ 7 vs บอย 13

เขียนไว้เลย ไม่ใช่ว่าไม่สู้  แต่มันสู้ไม่ได้จริงๆ

เมื่อเริ่มปล่อยตัวข้าพเจ้าก็ยังอยากแข่งอย่างเต็มที่เช่นเคย จึงนำสายรัดเข่ามารัดไว้ เพื่อให้สามารถวิ่งได้เป็นปกติ



5 กม วิ่งได้ดังใจ สามารถบี้ ประกบหลายๆ คนในเส้นทางไปได้ ทั้งแซงทั้งฉีกคนอื่นอย่างสะใจเล็กๆ จำได้ดีว่า แซงน้องโอ๋ ไปรษณีย์ไทย ไปได้ระยะพอประมาณเลยทีเดียว

แต่เมื่อพ้นหลักกิโลเมตรที่ 5 เท่านั้น เหมือนวางเท้าหรืออะไรก็ไม่รู้ผิดจังหวะ ทำให้ เจ็บที่เข่าขึ้นมากอีก ยางรัดก็เอาไม่อยู่

จึงต้องหยุดและเดินในทันที เมื่อพ้นเวลา 28 นาที จากการใช้หางตาดู  จิตใจร่องรอย ฤานี่จะเป็นการย้อนรอย จอมบึงมาราธอนปีก่อนอีกแล้วหรือ

ฟุ้งซ่านอีกแล้วงานนี้ เท่านี้ไม่พอ แต่ละคนที่เราแซงมา ก็วิ่งมาแล้วก็ผ่านไป บางคนก็แสดงความห่วงใย ถามอาการ บางคนก็หันมายิ้มเหมือนขำๆ  ซึ่งรวมถึงน้องโอ๋ และน้องชายตัวเองด้วย

เหมือนกับว่ามินิมาราธอนนี้จะจบลงแบบไม่สวยอีกแล้ว  หลังจาก ค่อยๆ เดิน เก็บระยะไป 3 โล จึงอีกพยายามทดสอบดูอีกครั้งว่าสามารถวิ่งได้เลยไม่ ซึ่งปรากฏว่าอาการเจ็บหายไป อาจเป็นเพราะเจ็บมากจนชาหรือป่าว ณ ปัจจุบันก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ

การวิ่งเริ่มกลับมาเข้าสิงห์ อีกครั้ง โดยขาดการตรึกตรองถึงงานใหญ่ที่จะมาอีกไม่ถึงเดือนข้างหน้า

ยิ่งวิ่งยิ่งติดเครื่อง สามารถลากจังหวะเร็วๆ ได้อีกครั้ง ระยะ 1 กม สุดท้ายขับเคี่ยวกับน้องในชมรมกันอย่างสนุก ทั้งที่ปกติ ผมทิ้งขาดตลอดสำหรับน้องคนนี้

ระยะ 11.14 กม  ใช้เวลา  1:02:02

สำหรับบรรยากาศหลังเส้น  ผมไม่มีเวลาจะมาสาธยายนะครับ เพราะ อาหารในงานอย่างกับการจัดงานเลี้ยงใหญ่ มากกว่างานวิ่ง ยังไงยังงั้นเลยครับ  ขอตัวไปลุยเอาดาบหน้าก่อนครับ

ปล. โดนสาวๆ หลอกขายลิ้นจี่ เพราะหลาน เสียตังค์อีกตู

มาวิ่งกันทั้งบ้านครับวันนี้

ไช้
18 ธันวาคม 2011


วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Race 76 นครธน ปี 3

Race 76 รพ นครธน ครั้งที่ 4

บอยไ่ม่สู้  เลยต้องมาวิ่งหนีพี่คำรณกับพี่อู๊ดสุดชีวิต
ฉลองครบรอบการลงสนามวิ่ง ครบ 2 ปี กับการวิ่งครั้งที่ 3 กับ รพ.นครธน  น้ำลดหมดแล้ว ตอนนี้อารมณ์ในการลงสนามมีมากขึ้นแต่กลับผกผันกับเวลาซ้อมวิ่งที่มีน้อยลง ตามภาระหน้าที่

วันที่ 10 ธันวาคม ปีนี้ บริษัทฯไม่ให้เป็นวันหยุด เพราะแจ้งว่าให้เอาวันนี้ไปชดเชยช่วงที่ตึกปิดในวันอาสาฬหบูชา แทน เอากับเค้าสิ ไม่ให้หยุดก็จะหยุด ใครจะทำไม เพราะเราตั้งใจว่าตราบใดที่ยังวิ่งอยู่ ยังไงก็ต้องมาวิ่งที่นี่ (เชียร์ขนาดนี้แล้ว โรงพยาบาลน่าจะมีส่วนลดให้บ้างนะครับ)

งานในวันนี้ ชมรมเซ็นทรัลพระราม 2 มาวิ่งน้อยกว่าปกติมาก อาจเป็นเพราะ หลายคนอาจเบื่อ หลายคนต้องทำงาน หลายคนตื่นสาย หรือหลายคน ยังหนีน้ำอยู่  ซึ่งไม่ใช่ผม

งานนี้ตั้งใจวิ่งแข่งกับสถิติตัวเองเมื่อปีก่อน ซึ่งจริงๆแล้วมันควรทำลายได้แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าเป็นเมื่อสองเดือนก่อน ข้าพเจ้าอาจจะบอกว่า จะวิ่งให้จบเลข 4 ให้ดู  แต่ถ้าถามในปัจจุบัน ขอบอกว่า ขอแค่ให้ดีกว่าเดิมก็พอ  เพราะขาดซ้อม ซ้อมไม่เต็มที่

นานๆ จะมีภาพจากคุณโต ซะที ขอบคุณครับ

ซึ่งการวิ่งยังคงใช้เส้นทางเดิม  ซึ่งข้าพเจ้าก็รู้ว่ามันคือคอนกรีตดีดีนี่เอง จึงต้องนำรองเท้าซ้อม มาวิ่งแทน เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ

ก่อนการวิ่งหลายวัน คู่ปรับข้าพเจ้าแจ้งว่าไม่สามารถวิ่งได้ เพราะต้องดูแลพื้นที่  แต่กับเจอเหตุการณ์เซอร์ไพรส์ เจ้าตัวสวมชุดวิ่งลงมาวิ่งด้วย แต่เเจ้งผมว่าวันนี้ต้องวิ่งประกบนาย

ผมพยักหน้า แล้วคิดในใจ "งั้นผมนับว่านัดนี้แข่งกัน" ตอนนี้อะไรตอดเล็กตอดหน่อยได้ ผมเอาหมด

ซึ่งก็เป็นไปตามคาด เพราะคู่ปรับผมต้องไปวิ่งอยู่ด้านหลัง

ปล่อยให้ข้าพเจ้า วิ่งบี้ กับ พี่อู๊ด และ พี่คำรณ ในครั้งนี้แทน

ระยะ 10.56  ใช้เวลา 53:46


เมื่อวิ่งจบ เดินทางกล้ับบ้าน พร้อมรอยยิ้ม

ไช้ 7  vs บอย 12

ขณะที่ข้าพเจ้าขับรถกำลังกลับบ้าน  บอยและผองเพื่อน ยังอยู่ กม ที่ 8

โอ้ยๆๆๆๆ

ไช้
วันรัฐธรรมนูญ 2011









วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Race 75 ย้ำที่สวนลุมอีกรอบ

Race 75  วิ่งเพื่อพ่อ รพ.กล้วยนำไท

ปีนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้มาวิ่งงานนี้  โดยปีก่อนกว่าจะได้ถ้วย (โล่ห์) เล่นเอาข้ามปี  มาปีนี้เท่าที่สังเกตุคนที่มาวิ่งวันนี้มีบางตา เมื่อเทียบกับพี่ก่อน   ปีนี้อีกเช่นเคย ที่พิธีกรหญิง  ยังเป็นพี่เกตุ  จำได้ เคยคุยกันพอสมควรในเฟชบุ๊ค แต่ยังไม่เคยคุยกันตัวเป็นๆ

วันนี้ยังไม่มีคู่แข่งอีกเช่นเคย สำหรับเส้นทางภายนอก คล้ายกับเมื่ออาทิตย์ก่อน มีจุดที่แตกต่างจากอาทิตย์ก่อน คือการวิ่งในบริเวณสวนลุมที่ย้อนแปลกๆ

วันนี้ระหว่างทางวิ่งไม่ค่อยออกเหมือนจะเหนื่อยๆ จากงานอย่างไรก็ไม่รู้ เพราะตั้งแต่วิ่งคราวก่อนมาก็ไม่ได้ซ้อมเลย เพราะเป็นช่วงปิดงบปลายปี ซึ่งจะยุ่งแทบทุกวัน ทั้งงานใหม่ งานเก่า

เลยถือว่างานนี้เป็นการซ้อมไปในตัว  การวิ่งดำเนินมาปกติ จะมาไม่ชอบใจก็ตรง จะเข้าเส้นชัยนี่แหละ ถ้านึกถึงสภาพสนามภายในสวนลุมได้จะนึกออกว่า เมื่อพ้นโค้งตาหวานมา จะเจอสะพานข้าม โดยปกติ เราจะวิ่งเลี้ยวขวา เพื่อไปทางด้าน ลานตะวันยิ้ม  แต่งานนี้มาแปลก ให้เลี้ยวซ้ายตัดตรงเข้าจบที่เส้นชัยบริเวณงานแบบโต้งๆ  ซึ่งคงไม่มีปัญหาอะไรถ้ามีคนบอก  แต่ในช่วงที่ข้าพเจ้าวิ่ง ก็จำไม่ได้ว่ามีคนบอกหรือป่าว แต่มีหลายคนเลี้ยวขวาครับ แล้ววิ่งมาเข้าเส้นชัยด้านหลัง

ก็ว่ากันไป



เวลาปล่อยตัวช้าไปแปดนาที ให้อภัย เพราะเป็นช่วงจุดเทียนถวายพระพร และต้องมาจัดการเรื่องหน้าเส้นกันอีก   ปีนี้ ก็ยังเป็นอีกปี ที่จุดเทียนในงาน แล้ว ต้องระวังถึงระวังมากที่สุดไม่ให้ไฟดับ   ปีหน้าขอแบบมีที่กันลมด้วยนะครับผู้จัด  ไม่งั้นต้องเตรียมไฟแฉกไปต่อไฟแน่ๆ เลย เพราะลมแรงมากในนั้น ยังไงก็ดับครับ

ระยะ 10.96 กม  ใช้เวลา  1:01:49

ไช้
วันพ่อแห่งชาติ 2011

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Race 74 วิ่งเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจ

Race 74  เพื่อนสวนลุม มินิมาราธอน

ในที่สุดสิ่งที่เรากลัวก็เกิดขึ้น อุทกภัยเกิดขึ้นไปทั่วกรุงเทพชั้นนอก ทำให้ฝ่ายการจัดการแข่งขัน กรุงเทพฯ มาราธอน ตัดสินใจเลื่อนการแข่งขันออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ณ ช่วงนั้น น้ำท่วมไปทั่ว บางทีสูงขึ้นชั้น 2 บางที่ระดับเอว   ถนนพระราม 2 น้ำไม่สามารถข้ามถนนมาได้ จึงทำให้ชาวบ้านแถวพระราม 2 รอดจากอุทกภัยในครั้งนี้

แต่จากเหตุการณ์เดือนตุลาคม - พฤจิกายน  ทำให้จิตใจหึกเหิมในการวิ่งเพื่อมาราธอนมอดลง ซึ่งจริงๆ แล้ว มันมอดลงตั้งแต่การลงซ้อม 30 กม ก่อนหน้านี้ แล้วเกิดสภาพจิตตก ไม่อยากวิ่ง ไม่อยากซ้อม เกิดอาการเบื่อ ซึ่งตอนนั้นยังไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์น้ำท่วมเลย

มันเหมือนกับว่า มันเลยจุดพีค ของร่างกายไปแล้ว ต้องรอชารต์แบตเตอร์รี้ใหม่  พอจะชาร์ตไฟ น้ำก็ดันมา จึงทำให้เกิดอาการไฟดับ  อาการนี้ส่งผลต่อการซ้อมมาก  ยิ่งมาบวกกับเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงในชีวิตตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา คือมีการโอนย้ายงานข้ามบริษัทฯ   แผนชีวิตเลยต้องเปลี่ยน ปรับปรุงชีวิตใหม่ หลังจากที่เคยทำงานแบบวางแผนทำงาน วางแผนเวลาการทำงานในแต่ละช่วงได้

เมื่อย้ายมาอยู่บริษัทใหม่  นั้นทำให้การจัดการทำไม่ได้เลย เพราะด้วยขนาดองค์กรที่มีขนาดใหญ่ จึงไม่สามารถควบคุมอะไรได้  แต่อะไรก็ไม่เหนื่อยเท่า ย้ายอยู่บริษัทใหม่  ต้องทำงานให้ที่ใหม่ แต่ยังต้องรับผิดชอบงานของบริษัทเดิมอีก โดยทิ้งไม่ได้  ซึ่งเป็นเหตุผลส่วนตัวล้วนๆ

หลายเหตุการณ์ปะดังเข้ามา การเกเรการซ้อมจึงเกิดขึ้นในที่สุด  พยายามหาสิ่งเร้ามากระตุ้น  ไม่ว่าจะลองไปว่ายน้ำ  ไปปั่นจักรยาน ก็ไม่สามารถสร้างจินตการให้กลับมาได้

การซ้อมรวมกลุ่มของเพื่อนๆ ในสถาวรรันนิ่งคลับ ก็ถูกงดไป เพราะแต่ละคน ก็หนีน้ำกันจ้าระหวั่น  ซึ่งกว่ากรุงเทพฯ จะเข้าเข้าทางก็เกือบปลายเดือนพฤศจิกายนเข้าไปแล้ว

งานวิ่งนี้แทบจะเป็นงานแรกในรอบสองเดือนเลยทีเดียว ที่อาจหาญจัดขึ้นมา ซึ่งตัวข้าพเจ้าเอง ก็หวังว่าจะอาศัยรายการแข่ง เป็นตัวสร้างแรงกระตุ้นในอยากซ้อมมากขึ้น  เพราะถึงแม้กรุงเทพฯมาราธอนจะเลื่อนไปแล้ว แต่รายการจอมบึงยังไงก็ไม่เลื่อนแน่นอน



วันนี้หลังการวิ่ง ทีมซ้อม มีนัดหมายรวมตัวกันที่ ตรงจุดนาฬิกา ตรงหลัง ร 6  ซึ่งการลงสนามวันนี้ก็หวังว่าจะทำให้จุดไฟให้ติด

สำหรับเส้นทางวิ่งวันนี้ เป็นการปล่อยตัวที่ประตูด้านหลัง อนุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 วิ่งออกด้านหน้าแล้วเลี้ยวซ้าย และไปเลี้ยวซ้ายเลาะรั้วสวนลุม จากนั้นตรงไป ยังแยกบริเวณถนนเพลินจิต แล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง

จากนั้นยิงตรงไปเลี้ยวซ้ายเข้าถนนอังรีดูนัง อีกครั้ง  จากนั้นก็ยิงตรงยาว จนข้ามแยกเข้าถนนสุรวงค์  ไปเลี้ยวซ้ายอีกครั้งตรงแยกถนนนราธิวาชราชนครินทร์

วิ่งตรงยาว ไปจนถึงถนนสาทร แล้ว เลี้ยวซ้าย ยิงตรงบนเส้นถนนสาทร แล้วข้ามไปถนนวิทยุ อ้อมสวนลุมด้านนอกแล้ววิ่งกลับมาเข้าเส้นชัยที่ทางออกอีกครั้ง

เส้นทางนี้ รถเยอะพอสมควร  แต่ก็สามารถกระตุ้นไฟที่มอดให้มีแสงรำไรขึ้นมาอีกครั้ง

งานนี้กว่าจะแซงคุณป้อมได้ ก็ตรงถนนสาทร แล้ว  เกือบไปแล้ว   ส่วนพี่ย้ง พยายามกวดแล้ว แต่พอวิ่งครบ 10km ระยะสถิติ ก็ผ่อนคันเร่งซะงั้น  จึงตามไม่ทันโดยปริยาย

หลังงาน ได้รับความอนุเคราห์ะ จากพี่ทนงศักดิ์ พาไปเลี้ยง ข้าวต้มในสวนลุมด้วย  พี่เค้าใจดีจริงๆ (ลาภปากอีกแล้ว)

มิงค์ ถ่าย กับเสด็จพ่อ (ละครเรื่อง เจ้าหญิงย้อนยุค)


ไช้
27 พฤศจิกายน 2011






วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ออกยาว เพื่อ มาราธอน

ในสถานการณ์ปัจจุบัน กับสภาวะน้ำท่วม ที่เกิดขึ้นทางตอนบน ของกรุงเทพฯ นั้นทำให้หลายชีวิตต้องอพยพ โยกย้ายที่อยู่กันอย่างอลม่าน   ณ ตอนนี้ กรุงเทพฯ ถูกข้าศึกประชิดเมืองแล้ว ซึ่งสำหรับการซ้อม ก็ยังคงต้องมีต่อไป เพราะยังไม่มีการประกาศเลื่อนการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ทุกฝ่ายกำลังลุ้น และ ก็ลุ้น สำหรับ กระแส น้ำว่าจะเป็นเช่นไรต่อไป

สำหรับการซ้อมในวันนี้ เป้าหมายการซ้อม คือ ย้ำระยะที่ 30 กม โดยก่อนวิ่งได้สำรวจและคำนวณเส้นทางการวิ่งไว้แล้ว  ซึ่งถ้าวันนี้ผ่านไปได้ ก็จะได้ฤกษ์ เพิ่มระยะไปที่ 35 อีก 2 ครั้ง คงทันแข่งมาราธอนที่กรุงเทพฯ พอดี

ตั้งนาฬิกาไว้ที่ 4 แต่กว่าจะงัดทั้งตัวเองและน้องชาย ขึ้นมาได้ก็เกือบตี 5  สำหรับการซ้อมในครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากน้องชายในการปั่นจักรยานนำและส่งน้ำให้ตลอดเส้นทาง

ในการซ้อมวันนี้ตั้งใจจะให้จบ 30 กม ภายใน 3 ชม เหมือนกับการไปวิ่งที่กาญจนบุรี

การวิ่งในช่วงแรกเนื่องจากยังมีความสดอยู่จึงสามารถประคองความเร็วได้ไม่เกิน 6 นาที ต่อ กม.
ซึ่งสามารถทำได้ 15 นาที เริ่มเกิดอาการจึงผ่อนความเร็วลง ทำให้วิ่งเกิน 6 นาทีตลอดไปจนจบเป้าหมายที่ 30 กม  ด้วยเวลา 3 ชม 5 นาที ซึ่งเกินเป้าหมายไปเล็กน้อย  ในการวิ่งครั้งนี้ทำให้รู้อีกอย่างว่าเวลาที่เราเหนื่อยๆ  น้ำมะพร้าวสักลูก ช่วยสร้างความสดชื่นได้ดีทีเดียว

ขากลับที่จุดกลับตัวที่ซื้อมะพร้าว กิน  ยังได้ซื้อกลับบ้านอีก 4 ลูก โดยให้หนุ่ยแขวนไว้ที่แฮนด์จักรยานกลับบ้าน ด้วย สงสัยจะอร่อยมากเลยติดอกติดใจ

ขอบคุณน้องชาย ที่ทำให้ผ่านวันที่ยากไปได้อีกวันหนึ่ง

ไช้
2 ตุลาคม 2011




วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

Race 73 10 โลที่เร็วที่สุดในชีวิต ก่อนหนีน้ำท่วม

Race 73 กฟภ มินิมาราธอน ครั้งที่ 2

งานวิ่งนี้เป็นงานวิ่งที่ไม่แจกเหรียญ ไม่มีถ้วยอันดับให้ มีเพียงถ้วย Over All ใบเดียว

งานนี้ อ.สถาวร ได้รับเชิญมาเปิดคลีนิคเพิ่มตอบคำถามเกี่ยวกับความรู้ทางวิชาการ โดยลูกศิษย์รุ่นหนึ่งและแนวหน้าภายใต้การควบคุมการฝึกโดยอาจารย์ มาในงานนี้อย่างคลับคลั่ง  โดยเป้าหมายลึกๆ อยากจะเก็บถ้วย Over All ใบนี้ไว้ เพื่อเป็นปฐมฤกษ์ในการเปิดตัวคลับสู่สาธารณะ และประกาศชื่อบนสนามวิ่งอย่างเป็นทางการ



สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ ข้าพเจ้ามีความหวังกับการวิ่งที่ 46 นาที ให้ได้ เพราะมั่นใจในความอดทน ในช่วงนี้ที่มีการซ้อมวิ่งระยะทางไกลมากๆ  แต่ข้าพเจ้ากลับลืมไปว่า ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วและความอดทนนั้นมันผันแปรต่อกัน

สิ้นเสียงสตาร์ปล่อยตัว ข้าพเจ้าใส่เกียร์หมาแวกฝูงชนตะบึงออกไป โดยเป้าหมายในครั้งนี้ คือการเกาะพี่เวช ที่ปกติวิ่งอยู่ที่ 45-46 นาทีให้ได้  ระยะทาง 3 กม แรกใช้เวลาไม่ถึง 13 นาที นี่ถ้ามีสถิติ 3 กม คงทำืสถิติใหม่ขึ้นมาได้อีกแน่นอน แต่ลืมไปว่าใน Endo มีสถิติย่อยไปถึง การจับเวลาวิ่ง 12 นาที ด้วย ซึ่งภายหลังมาตรวจสอบจึงทราบว่า วันนี้ทำลายสถิติที่ระยะ 12 นาที  ระยะ 3 miles และ ระยะ 5 กม ลงได้

วันนี้นอกจากเป้าประสงค์ที่จะวิ่งเกาะพี่เวช แล้ว ยังปรารถนาที่จะขยับสถิติในการแข่งกับบอยให้ลดช่องว่างลงมา เพราะสองรายการหลัง โดนขยับหนีห่างไปอีกแล้ว

วันนี้บนเส้นทางการวิ่ง เกาะกันเป็นกลุ่มใหญ่ของกลุ่มนักวิ่งจากเซ็นทรัลพระราม 2  มีทัี้้งพี่เบิ้ล พี่กอบ พี่เวช ข้าพเจ้า บอย วิ่งไล่กันอย่างสนุก ต่างคนต่างชิงเหลี่ยม ไม่ให้ใครแซงใคร อย่างเมามันส์

จนถูกแซวจากเพื่อนนักวิ่งที่วิ่งอยู่วิ่งฝั่งที่เห็นการวิ่งไล่ล่า  เมื่อวิ่งถึงจุดกลับตัวที่ 5 กม ในบริเวณนอร์ทปาร์ค  เป็นตัวข้าพเจ้าเองที่ถูกไล่ล่า แซงจากบอยไป เพราะวันนี้บอยวิ่งดีมาก สเตปฝีเท้าขึ้นไม่มีตก ซึ่งข้าพเจ้าก็ยังวิ่งไม่ได้ต่ำกว่าเดิมมากนัก แต่สุดท้ายก็โดนทิ้ง

บอยผลัดขึ้นนำไปวิ่งจ่อก้นพี่เวชอย่างกระชั้นชิด แต่พี่เวชก็ไม่ต้องการเสียเลี่ยมจึงเร่งสปีดหนีขึ้นไป ไล่พี่เบิ้ล กับ พี่กอบ ที่อยู่ด้านหน้า ติดๆ กัน

วิ่งดีที่สุดแล้วในปีนี้ แต่ยังดีไม่พอ

กม สุดท้าย ต่างคนต่างวิ่งสปรินท์ เพื่อจะสลัดกันให้หลุด แต่จนแล้วจนรอดอันดับก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ระยะ 10กม

ใช้ ใช้เวลา 47:05
บอย ใช้เวลา 46:30

ใช้ 6 vs บอย 12

ไช้
25 กันยายน 2011

ตอนนี้ขอหนีน้ำท่วมก่อนนะครับ

แล้ว กทม มาราธอน ตูจะได้วิ่งไม๊เนี้ย

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

Race 72 ซ้อมยาวๆ ด้วยการฝ่าสายหมอก

Race 72 มิซูโนแม่น้ำแคว ครึ่งมาราธอนนานาชาติ

เมื่อตัดสินใจ ลงกรุงเทพฯ มาราธอนไปแล้ว  challenge นี้จึงเป็นรายการที่เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องบรรจุเข้าไปเป็นหนึ่งในโปรแกรมของการซ้อมเพื่อมาราธอน

ปีนี้เป็นปีที่ฉลองครบรอบการจัดงานครบ 30 ครั้ง จึงมีการจัดระยะการวิ่งที่ 30 กม ขึ้นมาเป็นพิเศษ ซึ่งถ้าไม่วิ่งปีนี้ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีจะได้วิ่งที่นี่  การลงโปรแกรมวิ่งยาวนี้จึงลงตัว

งานนี้ได้อาศัยใบบุญรถของบอย ในการมาเยี่ยมเยือนกาญจนบุรี  โดยมี 4 ชีวิตในภาระกิจนี้

3 คนวิ่งในระยะที่ไม่เคยวิ่งมาก่อน

ไช้ บอย ลงวิ่ง 30 กม
หนุ่ย ลงวิ่ง 21 กม  ในพรรษาการวิ่ง 3 เดือน

เป้าหมายหลักในการวิ่งในวันนี้คือ การซ้อมระยะ 30 กม ให้เวลาอยู่ภายใน 3 ชม ให้ได้ เพราะระยะเวลาของกรุงเทพฯ มาราธอนเหลืออีกเพียง 2 เดือน  ถ้าจบเวลาตามเป้าหมายไม่ได้ มาราธอนเป้าหมายไว้ที่ เวลาต่ำ กว่า 4:30 คงทำไม่ได้แน่นอน

สำหรับเส้นทางระหว่างที่ได้ขับรถไปเที่ยวที่ช่องเขาขาด ก็ได้เห็นถึงความชัน ขึ้นลงของเส้นทาง ถึงกับหันไปมองหน้า และคิดในใจ พรุ่งนี้ ขอสัก 3 ชมครึ่งก็หรูแล้ว  แต่มิได้เอื้อนเอ่ยบอกใครให้รู้

เมื่อไปเที่ยวช่องเขาขาด จะพลาดการลงไปชมภูมิทัศน์ ภายในได้เยี่ยงไร แต่เมื่อเห็นสถานที่จริงก็ชั่งใจอยู่นานพอสมควรกับการที่ต้องเดินลงบันไดจากตัวอาคารลงไปยังหุบเขาด้านล่าง

แต่จนแล้วจนรอดก็ลงจนได้ เพราะถ้าไม่ลงไปตอนนี้ หวังว่ารอจบงานวิ่งแล้วจะมาเดินคงเป็นเรื่่องที่ยากมากกว่าครานี้อีก

สำหรับสถานที่นี้ เมื่อไปวิ่งริเวอร์แคว อย่าลืมมาเยี่ยมชมสถานที่นี้นะครับ แล้วคุณจะรู้สึกทึ่งกับหลายสิ่งหลายอย่างจากที่นี่

เท่าที่สังเกตุมีนักท่องเที่ยวชาวเอเชียมาที่นี่กันมาก โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น  มีอยู่ตลอดทางที่เดินไปตลอดหุบเขาด้านล่าง

สำหรับทริปนี้ ที่พัก เราไม่ได้จองกันล่วงหน้า อาศัย ขับรถตะเวณหา สุดท้าย ได้พักกันที่ Zam Jungle  สถานที่พัก ที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากห้องนอนและห้องน้ำในตัว เป็นสถานที่ที่เหมาะกับผู้ที่รักสันโดษเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะเงียบสงบไร้ผู้คนรบกวน  คุณจะมีสมาธิแน่เมื่อพักที่นี่ 55+

เช้าวันอาทิตย์พวกเราทั้ง 4 คน ออกจากที่พัก และนำรถไปจอดริมถนนห่างจากปากทางเข้า โรงแรมริเวอร์แคว ประมาณ 1 กม รวมระยะทางที่เราต้องเดินเข้าไปจุดเริ่มปล่อยตัว ประมาณ 1.6 กม โดยประมาณ แบบไม่ต้องวอร์มเลยทีเดียว เมื่อถึงจุดรวมตัวก็ได้เจอกับพี่พี่ที่ชมรมที่วันนี้มาวิ่งกันทั้งหมด 8 คน โดยลง 30 กม 6 คน  21 กม 1 คน  และ มินิ 1 คน

มาพร้อมความมั่นใจเต็มเปี่ยมในวันนี้

สืบเนื่องจากการเข้าห้องน้ำที่เป็นเวลา และเลือกสถานที่ ทำให้การออกศึกวันนี้ ก็เกิดอุปสรรคขึ้นจนได้ เมื่อก่อนปล่อยตัว เกิดปวดท้องขึ้นมา และห้องน้ำบริเวณจุดปล่อยตัวก็เต็มไปด้วยแถวยาว ซึ่งทำให้ไม่สนุกอีกแล้วงานนี้ ยังไม่ทันที่จะได้แก้ไขปัญหา เสียงปล่อยตัวก็ดังขึ้น

เลยต้องจำใจวิ่งออกไปแบบขมิบๆ อยู่แบบนั้น ความเร็วไม่ต้องพูดถึงแทบจะ 7 นาทีต่อกม ในช่วง 3 กมแรก ทั้งที่เป็นเนินลง วิ่งไปอึดอัดไปอยากจะเข้าข้างทางให้รู้แล้วรู้รอด พยายามจินตนาการเรื่องต่างๆ เพื่อให้ลืมอาการปวดไปให้หมด ก็ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะเค้ามาเป็นช่วงๆ จนกระทั่งเลยป้าย บอกระยะทาง กมที่ 7 จึงได้พบกับห้องน้ำของปั้ม กำลังจะเลี้ยวเข้าไป แต่ก็โดนนักวิ่งหลายคนวิ่งชิงตัดหน้าเข้าไป  ยืนอึ้งอยู่ตั้งนั้นพักใหญ่ๆ จึงตัดสินใจฝืนตัวเองออกวิ่งต่อ

กว่าจะลืมเลือนอาการปวดนี้ก็ปาเข้าไปที่จุดกลับตัว กม.ที่ 15 แล้ว  ซึ่งก็โดนบอยทิ้งไปร่วม 1 กม โดยประมาณจากสายตา  พยายามเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น แถมยังเป็นทางลงเขาเป็นส่วนใหญ่ การทำความเร็วจึงทำได้ตามใจ แต่ก็พยายามควบคุมไม่ให้เร็วเกินไปเพราะจะทำให้จังหวะในการที่จะวิ่งมาราธอนที่ซ้อมเสียไป  ช่วงขึ้นเขาก็เบาลง ช่วงลงเขาก็ใส่ชดเชยไป ทำแบบนี้ตลอดทาง จนเหลือ 2 กมสุดท้าย

ระหว่างทางมีการวิ่งบี้ กับนักวิ่งสาวจากเมืองไทย ซึ่งข้าพเจ้า ก็ไล่แซงมาได้ จนเหลือ 2 กมนี่แหละที่เกิดอาการหมด และเริ่มลดความเร็วลง จนโดนแซงไปจนได้  ซึ่งข้าพเจ้าก็มองไม่เห็นบอย จึงไม่มีแรงจูงใจในการวิ่งให้ทันบอยได้ แต่ก็พยายามจนวิ่งเข้ามาใน 3 ชม จนได้ ซึ่งภายหลังจากการตรวจเช็คสถิติ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก ถ้าข้าพเจ้ายอมฝืนลากวิ่งตาม สาวเมืองไทยประกันชีวิต คงได้เบียดกับบอยอีกเป็นแน่

2กม สุดท้่ายที่เริ่มหมด ภาพจากพี่เวช


ระยะทาง  30.10 กม

ไช้ ใช้เวลา 3:00:44
บอย ใช้เวลา 3:00:02

ไช้ 6 vs บอย 11

ไช้

11 กันยายน 2011




พี่หนิด พี่ปุ๊ก กับเส้นทางที่แสนประทับใจ

บทเรียนครั้งนี้ทำให้รู้ว่า ถ้าไม่สามารถซ้อมระยะยาวให้ได้จำนวนครั้งมากกว่านี้

มาราธอน นี่ไม่สนุกแน่

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554

Race 71 ความไม่ถนัดทางภูมิศาสตร์

Race 71  กฟผ.มินิมาราธอน ครั้งที่ 15

ได้รับข่าวว่า ปีนี้ ที่ กฟผ อาจจะเป็นปีที่ได้วิ่งขึ้นตึกเป็นปีสุดท้าย  ซึ่งการวิ่งขึ้นตึกเป็น challenge ที่เราไม่เคยวิ่งมาก่อน แต่ขอบอกตรงๆ ไม่ได้สนใจเลยพับผ่าสิ เพราะเหตุผลด้านกายภาพของตัวเองล้วนๆ

ด้วยความกังวลว่าเข่าจะได้รับกระทบกระเทือนจากการวิ่งขึ้นและลงตึก และจะทำให้ กรุงเทพฯมาราธอนที่เป็นเป้าหมายของกลุ่ม Endomondo ในปีนี้ หลุดสลายไป จึงกะว่าจะลงแค่ ระยะ B คือไม่มีการขึ้นตึก

ซึ่งจนแล้วจนรอดเมื่อไปถึงงาน และถึงช่วงสมัครก็โดนกล่อมจากบรรดาเพื่อนฝูง จนต้องเปลี่ยนใจมาลงระยะ A จนได้

ก่อนมาแข่งขันวันนี้ มีปัญหากับตัวเองมาหลายวันแก้ไม่ตก จากอาการวิ่งแล้วแหยง  ยิ่งเป็นสนามซ้อมด้านในเซ็นทรัลที่เป็นกระเบื้อและทรายล้าง ยิ่งวางเท้ายิ่งแหยง  จึงหยุดซ้อมและไปปั่นจักรยานและว่ายน้ำแทนในช่วงที่ไม่ได้ซ้อม

ซึ่งคิดว่าน่าจะเกิดจากการซ้อมระยะมาราธอนที่เริ่มเพิ่มโหลดสูงขึ้นจนร่างกายต่อต้าน เลย คิดว่าวันนี้คงทำให้ดีเหมือนกับวันเก่าๆ คงไม่ได้ แต่ก็ต้องพยายามสู้เพื่อให้สถิติไล่เข้ามาให้ใกล้ที่สุดให้ได้



เมื่อปล่อยตัว จึงค่อยๆวิ่งออกไปเพื่อเช็คอาการตัวเองตลอด  ซึ่งหลังจากปล่อยตัวไปไ้ด้ประมาณ 1 กม ก็รู้ว่าอาการแหยงสนามวันนี้ไม่มีจึงเริ่มเร่งวิ่งตามบอยไป โดยพยายามกำหนด pace ไม่ให้ต่ำกว่า 4 นาทีครึ่ง และไม่ให้เกิน 5 นาที เพื่อไม่ให้ทิ้งห่างเกินไป

ซึ่งจากระยะที่เหมือนว่าจะไล่ทันในทางเรียบระยะห่างไม่น่าจะเกิน 50 เมตรนั้น กลับไม่มีประโยชน์เมื่อเข้าสู่ตัวอาคาร เพื่อวิ่งขึ้นและลง 2 ตึก  การวิ่งขึ้นลงที่จอดรถ ถือว่าเป็นสนามทำมาหากินของบอย  เพราะปกติบอยจะใช้เวลาว่างจากการทำงาน อาศัยซ้อมในตึกที่ทำงานอยู่เป็นประจำ ซึ่งสังเกตุได้ว่า พลังขาของบอยจะแข็งแกร่งมาก ซึ่งระยะห่างของข้าพเจ้ากับบอยอยู่ห่างกัน อยู่ 2 ชั้น แต่เป็น 2 ชั้น บวกกับ อีก 1 ฟาก  ซึ่งกว่าจะหมดภาระกิจบนตึก ก็เล่นเอาเสียเหงื่อไปหลายปี๊ป

เมื่อลงจากตึกข้าพเจ้าพยายามกวดไป แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ระยะหลังจากลงจากตึกมีเพียงแค่ 500 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่สั้นเกินไป ถึงแม้จะพยายามวิ่งสุดหัวใจแล้ว ก็ยังไล่ไม่ทัน

สรุปจบอันดับที่ 67 จากทั้งหมด

เหรียญทองสำหรับ 100 ท่านแรก ระยะ A

ระยะทางจับ GPS ไม่ได้ ใช้ระยะที่ใช้มอเตอร์ไซด์จับที่แจ้งจากในงาน คือ 10kM

ไช้ ใช้เวลา 49:45
บอย ใช้เวลา 49:26

ส่วนหนุ่ยหนีไปวิ่งรุ่น B ได้ที่ 5

เหมือนโดนบอยเอาคืนงานวัดราษฏร์ศรัทธาธรรมเลย

ไช้ 6 vs บอย 10




ไช้
4 กันยายน 2011




วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Race 70 ย้ำแค้นที่สนามตรีมิตร

Race 70 ตรีมิตร มินิมาราธอน ครั้งที่ 2

ภูมิใจ ที่สามารถวิ่งไล่ แนวหน้าหญิง คุณรัตนา ได้เป็นครั้งแรก

สนามตรีมิตร นี้เคยมาวิ่งแล้วสองครั้ง ครั้งแรกคือ ตรีมิตร ครั้งที่ 1 เมื่อปีก่อน และครั้งที่ 2 คืองานโยนออฟอารท์ ซึ่งเหมือนกับเป็นสนามที่ถูกโฉลกกับการแข่งขันเป็นอย่างมากเพราะมาแข่งที่นี่ที่ไรไม่เคยแพ้ ทำให้ศึกใหญ่ในครั้งนี้ รวมกับผลงานเมื่อครั้งที่แล้ว สร้างความมั่นใจในการไล่ล่าสถิติ และ ทำคะแนนไล่คู่ปรับตลอดกาล ให้ลดช่องว่างลงมาให้เหลือน้อยลงให้ได้ พร้อมกับความหวังในการทำ NEW PB ใน Endomondo ระยะ 10K ให้จงได้ ทำให้การไล่ล่าในวันนี้เป็นอีก 1 วันที่จะต้องมีสมาธิกับการวิ่งอีกครั้ง สมาธิช่วยในการวิ่งได้จริงๆ เพราะการกำหนดจิตให้อยู่กับตัวเอง ทำให้ไม่เกิดอาการวอกแวกในการวิ่ง ทำให้ไม่มีการวิ่งที่ไม่ใช่จังหวะตนเอง อีกด้วย

การออกสตารท์ในวันนี้ไปยืนอยู่แถวเกือบข้างหน้าเป็นครั้งแรกในชีวิตนักวิ่ง แต่ยังไม่อาจหาญที่จะไปยืนแถวหน้าเหมือนคนอื่น  ตอนนี้ออกตัวแต่นี้ก่อน ซึ่งจังหวะการปล่อยไปพร้อมกับแน่หน้าทำให้เริ่มเรียนรู้อะไรบางอย่างเพิ่มขึ้น คือการออกตัวที่แรงและปล่อยไหลตามธรรมชาิติของนักวิ่งแต่ละคน ซึ่งการไปอยู่ตรงนั้นทำให้อารมณ์และจิตใจเราคล้อยตามไปกับจังหวะที่เราวิ่งตามโดยที่ไม่รู้ตัว  ซึ่งยังดีที่สามารถคุมสติและปรับลดความเร็วลงมาให้อยู่ในจังหวะที่ไม่เกิดความรู้สึกจุก

ความเร็วที่ 5 กม แรก อยู่ที่ 22:58 สามารถทำลายสถิติ 5km ลงได้ และยังสามารถฉีกโจทก์เก่าๆ หลายคนได้เป็นอย่างดี และมั่นใจว่าวันนี้ ถ้าความเร็วไม่ตก หรือน็อค กลางทาง มีโอกาสที่จะทิ้งห่าง ไม่ให้มีโอกาสแซงกลับได้แน่นอน

แต่การซ้อมตามตารางที่มักจะซ้อมแค่ที่ระยะ 5-6 โล ทำให้ 5 โลหลัง เริ่มอ่อนล้าลงไป อย่างเห็นได้ชัด จึงได้แต่พยายามใช้จังหวะวิ่ง ในการวิ่งระยะทางที่เหลืออยู่จนรอด และสามารถ ลบเส้นที่ขวางทางการวิ่งที่ 50 นาที ต่อ 10 กม ลงได้ ที่สนามนี้จนได้

ระยะทาง  10.52 กม

ใช้ ใช้เวลา  50:54
บอย ใช้เวลา  54:14

สามารถบี้ประคองมากับแนวหน้ารุ่นเด็กได้ด้วยวุ้ย 55
ไช้ 6  vs  บอย 9

ไช้
วันแม่แห่งชาติปี 2011


วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Race 69 ระเบิดเวลา

Race 69 นวมินราชูธิป สตรีวิทยา


หลังจากได้เข้ารับการฝึกสอนเกี่ยวกับทักษะการวิ่ง จาก อ.สถาวร พร้อมกับกลุ่มเพื่อน การซ้อมในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา การซ้อมเริ่มเป็นระบบ ระเบียบมากขึ้น มีมาเสียศูนย์ก็ตอนป่วยหนักๆ ข่วงต้นกรกฏาคม  แต่ช่วงปลายเดือนสามารถกลับมาเข้าโปรแกรมได้ตามเดิม

โปรแกรมที่ได้รับมีทั้งสร้างความเร็ว สร้างจังหวะ และสร้างความอดทน สลับกันไป ซึ่งทำให้รู้จักวิธีการอื่น นอกเหนือจากใช้ขาตัวเองตะีบี้ตะบันวิ่งไป

วันนี้ทำการบ้านศึกษาเส้นทางการวิ่งมาอย่างดี กับการวิ่งบนถนนอักษะ หมายจะเด็ดขั้ว ผู้ย่ำยีหัวใจมาจากสัปดาห์ก่อนทั้งสองคน ให้หายคาใจ นอกจากการแข่งขันกับคู่หูแล้ว วันนี้เป้าหมายจะเด็ดสถิติ ที่ 50 นาที ระยะ 10 กม ให้ได้


เท่าที่สังเกตุทุกครั้งที่เราใช้ความพยายามที่จะวิ่งตามเป้าหมาย มักจะเกิดความท้อใจทุกครั้ง ยิ่งวิ่งตามยิ่งห่างออกไป  แต่มาครั้งนี้หลังจากได้วิชามาขอลองดูสักตั้งกับการวิ่งแบบแปลกๆใหม่ ที่ไม่เคยลอง วันนี้จึงเป็นวันที่รู้สึกแฮปปี้อีกวันนึง  สิ้นเสียงแตรสัญญาณปล่อยตัว ข้าพเจ้าออกตัวแบบสุดแรงและปล่อยจังหวะให้ไหลไปเรื่อยๆ รักษาจังหวะการวิ่ง กำหนดจังหวะการวิ่งโดยจังหวะหายใจ ตามที่ได้รับถ่ายทอดมาสดๆ ร้อน ๆ  ซึ่งได้ผลสามารถฉีกหนีทั้งน้องและเพื่อน ได้ในช่วงปล่อยตัว และอาศัยการวิ่งจังหวะนี้ไปเรื่อยๆ  มีเร่งบ้างบางช่วงเหมือนเหลียวมองว่า ทั้งคู่ตามมา และผ่อนลงเมื่อห่างพอสมควร ตีประคองไปจนกลับตัว จึงเห็นว่าวันนี้ สามารถทิ้งได้กว่า 300 เมตร  แต่ก็ประมาทไม่ได้เพราะคู่แข่งมีความอดทนต่อความเหนื่อยสูง  และเมื่อถึงระยะ 9 กม จึงมั่นใจว่าวันนี้เก็บได้ทั้งสองคน จึงเปลี่ยนเป้าหมายมาเล่นกับเป้า 50 นาที ต่อ กมแทน  ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่วันนี้สามารถวิ่ง pace ได้ต่ำกว่า 5 นาที ได้ แต่ระยะกลับไม่ครบ 10 กม ซะงั้น น่าจะให้ไปวนในโรงเรียนสักสองรอบ เซ็ง
โน้นอยู่ข้างหลังโน้น วันนี้เสร็จผมครับ

ระยะ 9.47 กม

ไช้ ใช้เวลา  46:06
บอย ใช้เวลา 47:36
หนุ่ย ใช้เวลา  52:15

บอย 9  VS ไช้ 5   (เหลืออีกเยอะเลย T_T)

ไช้
7 สิงหาคม 2011

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Race 68 งานวิ่งกรมเจ้าท่า

Race 68 เดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา 137 ปี กรมศุลกากร มินิมาราธอน

งานนี้ตั้งใจมาจ็อกให้ได้ 60 นาทีหลังจากเริ่มเข้าตารางฝึกซ้อมแล้ว ร่างกายยังปรับตัวไม่ได้ทำให้วิ่งแล้วไม่มั่นใจไม่สนุก กะอาศัยงานนี้มาบิ้วท์ความรู้สึกให้อยากวิ่งให้กลับมา

ซึ่งงานนี้ มา กันครบ ไช้ บอย หนุ่ย  สามหนุ่มที่ควงกันมางานบ่อยขึ้น  ตั้งใจมาจ็อกแต่ไม่ได้บอกคู่แข่ง เพราะเราก็หวังปฏิหารย์เหมือนกัน

เส้นทางวันนี้เป็นการวิ่งจากกรมศุลกากรเข้าสู่ถนนภายในการท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่บุคคลมีโอกาสน้อยมากในการเข้าไปถือเป็นโอกาสอันดี  ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้เห็นนักวิ่งหลายคนเตรียมกล้องเข้าไปถ่ายรูปภายในการอย่างมากมาย

พอเริ่มวิ่ง สามคนก็เกาะกลุ่มกันไป เร่งก็เริ่งขึ้นพร้อมกันทั้งสามคน จนข้าพเจ้านึกแปลกใจกับน้องชายตัวเอง ว่าวันนี้มาไม้ไหน  พอผ่านจุดกลับตัว บอยชิงหนีออกไป ข้าพเจ้าก็ยังวิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ โดยมีเงาตะคุ่มๆ ตามมา ตอนแรกเข้าใจว่าน้องหมดแรง แล้วค่อยๆ ตามมา  มารู้ที่หลังจากคำบอกเล่าว่าเค้าเกาะมาตลอด โดยอาศัย ให้นักวิ่งอีกคนบัง ไม่ให้ข้าพเจ้าเห็น (เอากับมันสิ)  หลังจากเห็นข้าพเจ้าแผ่ว จึงรีบชิงจังหวะสปีดหนีไป

มิน่าวันนี้ออกจากบ้านรู้สึกเขม่นตา  คงเพราเหตุผลนี้นี่เอง ให้เด็กที่เพิ่งหัดวิ่งมาไม่ถึง 2 เดือนเก็บซะแล้ว

ซึ่งข้าพเจ้าก็ใช้ความพยายามเท่าที่มีพยายามไล่ตามทั้งสองคนให้ทัน แต่ก็สายเกินไป ปล่อยให้ สองคน เค้าเข้าเส้นชัยไปหาของกินก่อน แถมยังมีมายืนรอหน้าเส้นชัย  ส่งน้ำขวดให้เราอีกแน๊ะ

มันจี๊ด

ระยะ  9.59  กม

บอย  49:36
หนุ่ย  51:25
ไช้     52:12

บอย 9 vs ไช้ 4

ไช้
31 กรกฏาคม 2011

งานนี้ไม่มีรูปถ่ายสักรูป เซ็งที่ไม่มีหลักฐานความพ่ายแพ้ 55+






วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Race 67 เมื่อได้ไปแข่งโอลิมปิค

Race 67 โอลิมปิค เดย์รัน 2011

รวมพล คนชอบวิ่ง สำหรับงานโอลิมปิค เดย์ รัน ที่โปรโมทว่าจัดทำเสื้อ 84,000 ตัวแล้วหมดเกลี้ยง คนมาคนอย่างล้นหลาม แต่จากการประเมินนักวิ่งจริงๆ มีแค่หลักพัน อีกหลักหลายพันเป็นนักเรียน กศน เจ้าหน้าที่เขตต่างๆ  เด็กนักเรียนหลายโรงเรียน ที่ถูกร้องขอให้มาร่วมงาน

ดูยังไงก็แค่หลักหมื่นต้นๆ แต่ยังกล้าประกาศว่า 84,000 คนตาม concept งาน  เห็นเสื้อกองมโหฬาร ที่ถูกชมรมแต่ละชมรม รถแต่ละคัน ขนกลับบ้านกันคันละร้อยๆ ตัว  นี่คือความเห็นแก่ตัวอย่างน่าเกลียด ที่มนุษย์มักจะเห็นแก่ของฟรี โดยมิได้คำนึงถึงบุคคลอื่นเลย  ถ้ามองในมุมกลับกัน ถ้าเสื้อที่เหลือเหล่านั้น ถึงจะเหลือมากมายจริง แต่ถ้าได้ถูกส่งต่อไปยัง ต่างจัังหวัด ในถิ่นที่ต้องการ คงจะได้ประโยชน์มากกว่าการเอาไปเก็บที่บ้านใครคนหนึ่งเท่านั้น และก็คงไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อะไร

กลับมาที่งานหลังจากจัดแจงจอดรถเรียบร้อยก็ได้เวลา หาเพื่อนที่หางม้า จุดนัดพบ ที่ผู้คนมากมายนัดไว้จุดเดียวกัน (แล้วจะเจอไม๊เนี้ย)  ด้วยความไม่ประสีประสาในการวิ่งงานนี้ ใส่เสื้อชมรมมาวิ่ง เดินไปเดินมาอยู่นานรู้สึกเป็นตัวประหลาดเลยต้องไปเอาเสื้องานมาใส่ให้เหมือนชาวบ้าน โดยลืมถอดเสื้อกล้ามออก ทำให้ใส่เสื้อสองตัว

เดี่ยวนี้ก่อนวิ่งเรามีเดินมีจ็อค ก่อนที่จะยืดเหยียดแล้วตามที่อาจารย์ให้องค์ความรู้มา

งานในครั้งนี้เป้าหมายคือมาจ็อคเล่นๆ พอเอาบรรยากาศ  จึงไปยืนรออยู่แนวกลางๆ ในการปล่อยตัว สำหรับเวลาการปล่อยตัวในครั้งนี้ ถึงแม้จะช้าไป แต่ก็ไม่มาก แค่ 4 นาที ถือว่าสอบผ่านกับจำนวนคนที่มากมาย

ครานี้ยืนประกบกันทั้งชมรม และเมื่อปล่อยตัว ก็วิ่งตามบอยไป แต่ด้วยคนที่เยอะมาก บอยวิ่งหนีขึ้นฟุตบาล ซึ่งข้าพเจ้าก็ตามไปติดๆ กว่าจะสลัดหลุดจากฝูงชนก็เกือบ 1 กม  และกว่าจะรู้ตัวว่าอยู่ใน race การแข่งกับบอยอีกแล้ว ก็หอบแล้ว  ไม่เคยวิ่งระดับต่ำำกว่า 5 นาทีมานานแล้ว โดนบอย ลาก อยู่ 4 กม ข้าพเจ้าก็เริ่มแป๊ก  พยายามจะตามก็ไม่ไหว เพราะอาการเสียดท้อง เข้าจู่โจมเมื่อครบ 5 โล จึงพยายามจ็อคตามไปเฉยๆ เพราะรู้ว่าตามไม่ทันแน่นอน วิ่งเสร็จใจจะขาด เจอเพื่อนหมดทุกคนยกเว้นบอย อาจเป็นเพราะคงสะใจอยู่มั้งเลยไม่ยอมอยู่ในงาน ตามหาทั่วงานไม่เจอ ปรากฏว่า ไปนั่งรออยู่ที่รถคนเดียว ข้าพเจ้ากะจะแกล้งให้อาย โดยไปประกาศตามหาเด็กน้อยกับพิธีกรในงานแล้ว


สรุปแพ้คาสนามอีกสนามแล้ว

ระยะทาง 7.57 กม

ไช้ ใช้เวลา 40:03
บอย ใช้เวลา  38:37

บอย 8 vs ไช้ 4

ไช้
24 กรกฏาคม 2011

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Race 66.2 เดจาวู ที่พัทยา

Race 66.2  พัทยา มาราธอน 2011

เมื่อปีก่อนมาวิ่งที่นี่ครั้งแรก  ได้รับการเจ็บป่วยกลับไปเป็นของขวัญ  มาปีนี้แปลกใหม่กว่าเดิม เพราะก่อนมาเจ็บเข่า จนซ้อมได้บ้างไม่ได้บ้าง ซ้อมได้ถึงวันที่ 7 กค.11 ก็ต้องยุติการซ้อมลงโดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อไปหาหมอ จึงรู้ตัวว่าอาการที่มันวูบๆอยู่เพราะมีเชื้อไวรัสในเส้นเลือด จึงต้องหยุดซ้อม เพื่อพักผ่อนให้ร่างกายแข็งแรงดังเดิม ซึ่งก็หยุดมาจนถึงวันแข่งพัทยามาราธอน

สรุปไม่ได้ซ้อมเลยทั้งเดือน   สำหรับการมาัพัทยาในครั้งนี้ เพราะสมัครลงระยะฮาล์พ และจองโรงแรมไว้เรียบร้อยแล้ว จึงเสียดายเงิน จึงกะว่ามาเที่ยวหรืออาจจะลงไปวิ่งแค่มินิพอสนุกๆ  ปีนี้พาที่บ้านมาอีกเช่นเคย  แต่ความประทับใจในที่พักเมื่อปีก่อนก็ได้สลายไปหมด เพราะปีนี้เปลี่ยนสถานที่และโรงแรม จากการจองผ่านประธานชมรม  โรงแรมที่พักเก่ามาก ดูน่ากลัว แต่ใกล้สถานที่แข่งขันมาก ทำอะไรไม่ได้นอกจากทนๆ กันไป

สุดท้ายในการเลือกวิ่งได้เลือกตัดสินใจลงเหมือนเดิม โดยหวังแต่วิ่งไปเรื่อยๆ ให้จบระยะ เท่านั้น โดยไม่ได้คาดหวังเรื่องเวลา

จริงๆ ในงานนี้ หวังจะเปิดตัวนาฬิกาใหม่ ที่ฝากคุณป้อม ซื้อมาจากเมืองนอก แต่ด้วยความไมุ่คุ้น กับความไม่แน่ใจ จึงใช้นาฬิกาจับเวลาดังเดิมคู่กันไปด้วย

เมื่อเริ่มปล่อยตัว ได้ออกไปพร้อมกับคุณเป คุณกรกฏ และคุณประสิทธิ วิ่งไปได้สักพัก เหมือนเครื่องเริ่มติด จึงทิ้งกลุ่มทั้งหมดวิ่งไปตามจังหวะตัวเอง การที่ไม่ได้ซ้อมและป่วยเพิ่งจะหายทำให้ ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณออกมา


ทนทานมาได้ 16 กม กับเนินที่ขึ้นลงตลอดทาง ก็หมดแรงยอมแพ้
เพราะอาการไข้ที่เริ่มตีกลับ  การเดินหาน้ำราดหัว เช็ดตัวเกิดขึ้น แสงแดดในตอนนั้นก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ ย่อท้อ  แว่นตาที่นำมาช่วยบรรเทาแดด หมวกที่ใส่ ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย หนำซ้ำยังรู้สึกอบอ้าวที่หัวเวลาใส่หมวกมากขึ้นอีกด้วย

เมื่อเดินได้สักพัก ก็พยายามวิ่งต่อ ซึ่งความอดทนที่ไม่มีเพราะขาดการซ้อม ก็น็อคไปอีกรอบที่ กม ที่ 18 จึงต้องเดินอีกครั้งเมื่อถึงถนนหน้าเขาพระตำหนัก และเริ่มวิ่งอีกครั้งเมื่อถึง กม 19 จนเกือบถึงเส้นชัย ก็เกิดอาการวิงเวียนขึ้นอีก ดีที่ได้คุณโจ้ ที่วันนี้ลงระยะมินิ มาวิ่งช่วยลาก ช่วยประคอง ก่อนจะปล่อยให้เข้าสู่เส้นชัย

หลังเข้าเส้นชัยแทบจะวูบ เจอน้อง เจอหลานเรียบร้อย เดินกลับโรงแรมทันที จากอาการหมดสภาพ โดยไม่สามารถอยู่รอทักทายใครได้เลย และน็อคอยู่ที่โรงแรมหลายชั่วโมง จนต้องเช็คเอาท์ออก และฝืนขับรถกลับกรุงเทพฯ

ระยะ 21.26 กม  ใช้เวลา 2:15:22s  เวลาดีขึ้นกว่าปีที่แล้วหน่อยนึง


ไช้
17 กรกฏาคม 2011
























วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Race 66.1 ไม่ได้ตั้งใจ

Race 66.1 เดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ (สมาคมพยาบาล)

งานนี้ตามที่หมายตาไว้ เป็นการเตรียมวิ่งสำหรับการลงแข่งระยะครึ่งมาราธอนที่พัทยา  หลังจากป่วยมาตั้งแต่ต้นเดือน ก็พยายามจะลุ้นตัวเองตลอดว่าให้หายไวไว ให้ทันลงสนามในวันนี้ แล้วเมื่อถึงวันแข่ง วันนี้ ได้นำน้องและหลาน 2 คนมางานนี้ด้วย เพื่อให้เค้ารู้สึกชอบการออกกำลังกาย

แต่เมื่อถึงเวลาจริง สภาพร่างกายไม่พร้อมที่จะวิ่งระยะฮาล์ฟ จึงตั้งใจจะเปลี่ยนมาลงระยะมินิและวิ่งกับหนุ่ยแทน  แต่เมื่อไปถึงงาน สภาพงานคนน้อยมากหรือเรียกได้ว่าไม่มีคนเลยทีเดียว

ความลังเลเริ่มเกิดขึ้นกับความปลอดภัยของหลาน 2 คนที่จะส่งไปให้เดินระยะ 2.5 กม ตามที่งานประกาศ จึงเปลี่ยนใจยกเลิกการวิ่งในวันนี้และมาเดินกับหลานแทน ส่วนหนุ่ยก็วิ่งระยะมินิตามที่ได้สมัครไว้ล่วงหน้าแต่แรก


การเดินการกุศลงานแรกของหลาน ดัง ก็ได้เริ่มขึ้น ซึ่งเป็นอีกงานที่ทำเอาผมปวดหัว

เส้นทางปล่อยตัว ออกจากลานพระบรมรูปทรงม้า เลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา และไปเลี้ยวซ้ายอีกทีตรงถนนสวรรคโลก  แต่แปลกระยะที่ขึ้นมาแสดงให้เห็นว่า เกือบ 2 โลแล้ว แล้วจะเดินอย่างไรให้ได้ 2 โลครึ่งตามที่ประกาศ  เริ่มชักไม่แน่ใจแล้ว เพราะไม่ได้ดูเส้นทางนี้มาก่อน ว่าเป็นอย่างไร

2 กม ผ่านไป กลุ่มพยาบาลที่วิ่งเริ่มหมดแรงและเดินในที่สุด จน ดังๆ สามารถเดินแซงได้ แต่ตอนนี้หลานเริ่มออกอาการแล้ว

"เมื่อไหร่จะถึงอ่ะกู๋ หนูหิวน้ำ"  เริ่มส่งเสียงโอดครวญ

แต่ข้าพเจ้าไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะตั้งใจจะหาซื้อน้ำจากแถวนั้น ก็ไม่มีร้านค้าใดๆ หรือ 7-11 เลย จนกระทั่งมิงค์ เริ่มโอดครวญตาม  และดังก็บอกว่าไม่เดินแล้วเดินไม่ไหว   ข้าพเจ้าเลยต้องแก้ไขสถานการณ์ให้เค้าเอากล้องไปเดินถ่ายรูป ซึ่งก็แก้ไขปัญหาไปได้อีกเปาะหนึ่ง ซึ่งเมื่อผ่านระยะสามโล ปัญหาใหม่ก็มาอีกครา เมื่อดังไม่ยอมเล่น ไม่ยอมเดินแล้ว จะให้อุ้มอย่างเดียว เพราะปวดขา

ข้าพเจ้าป่วยก็ป่วยอยู่ แถมยังต้องมาอุ้มอีก แต่ก็ต้องทำไม่งั้นไม่ถึงแน่ๆ อุ้มมาได้ 1 กม เลยแกล้งถามว่าเดินเองได้ไม๊ เดี่ยวเค้าถ่ายรูปไม่สวยนะเวลาอุ้ม ดังจึงยอมลงมาเดินอีกครั้งที่ กม ที่ 4 กว่าๆ หลังเลี้ยวเข้าถนนศรีอยุธยาเส้นเดิม

การเดินทางอันยาวนานจึงจบลง พร้อม กับ ไมโครมาราธอนแรกของ ดังดัง สรุปใช้เวลาเดิน 1:03:31 กับระยะ 4.66 กม

อยากจะด่าผู้จัดงาน ก็ด่าได้ไม่เต็มปาก กับระยะที่ผิดเพี้ยนไปถึง 2 กม  น้ำไม่มีสักจุด เพราะคิดว่าเดินไม่เหนื่อย

แต่ก็ด่าไม่ได้ เพราะงานนี้เป็นงานที่ทั้งครอบครัวตั้งใจมาช่วย  หลังจากที่เดือนก่อน น้องดัง ป่วยต้องเข้า โรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการไข้เลือดออกที่ โรงพยาบาลทหารเรือ และได้รับการดูแลอย่างดี จึงทำให้เราด่าไม่ลงจริงๆ

สำหรับเส้นทางมินิ เป็นอย่างไรไม่รู้  แต่หนุ่ยเล่าให้ฟังว่าสนุกมากกับการวิ่งขึ้นสะพานพระราม 8 ดูมันตื่นเต้นมากเหลือเกินกับเส้นทางนี้

ไช้
10 กรกฏาคม 2011






















วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Race 65 ดอกบัวคู่ ฮาร์ตคอร ฮาล์ฟ มาราธอน

Race 65 ดอกบัวคู่ มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน 2011

งานนี้เป็นงานแรกหลังจากได้ไปรับการอบรมเรื่องการวิ่งมา ซึ่งทำให้เริ่มมีการปฏิบัติตามคำสอน กระเตื้องขึนมาเล็กน้อย  งานนี้เริ่มมีการวิ่งเหยาะๆ เพื่อวอร์มร่างกายให้อุ่่นแล้ว ค่อยมายืดเหยียด (แต่ยังไม่ได้ทำกายบริหาร เพราะเริ่มรู้สึก ประสาทหลอนจาก สนามดูดวิญญาณ เริ่มกลับมาอีกแล้ว

พยายามไม่สนใจ แล้วก็ออกไปวิ่ง  การวิ่งในสวนหลวงนั้นก็เป็นไปตามปกติ มิได้มีอะไรเกิดขึ้น แต่สำหรับสนามนี้ มีการพาออกไปทัวร์ด้านนอก และไปอ้อมบึงหนองบอนเล่น

ไอ้พาทัวร์ข้างนอกนี่แหละ ทำให้อาการบาดเจ็บกลับมาอีกครั้ง เพราะผมเป็นคนไม่ชอบวิ่งบนเส้นทางที่เป็นคอนกรีตในการแข่งขันมาก เพราะวิ่งทีไรเจ็บทุกที ครั้งนี้ก็เช่นกัน พอเจอคอนกรีต ถึงกับท้อ และเมื่อวิ่งไปเจอกับน้องโก และเข้าเส้นทางรอบบึง นั่นเราสองคนถึงกับชวนกันเดิน  โดยไม่มีการปฏิเสธใดๆ เกิดขึ้น สำหรับเราสองคน อาจเป็นเพราะแผลเก่า ที่เดิมของเราทั้งคู่ ได้แสดงอาการออกมาอีกครั้ง จึงไม่อยากซ้ำเติม (จริงๆ ตั้งใจวิ่งแค่ 10km)

เป็นงานวิ่งที่วิ่งแล้วไม่รู้สึกสนุกกับเส้นทางอีกงานหนึ่ง และหลังจบงาน การแข่งขันวันนี้ เหมือนไม่มีการแข่งขันเกิดขึ้นเลย เพราะบอยนำม้วนเดียวจบเฉกเช่นงานอื่นๆ เพราะระยะที่ทิ้งห่างเกินไป เกือบ 2 กม จากการถอดใจเดินชมบึงของพวกเรา

ซึ่งเราก็ตั้งปณิธานไว้ทันทีว่า ถ้าวิ่งเส้นนี้ จะไม่มาวิ่งอีกแล้ววววว

ระยะทาง 21:30 กม

บอย ใช้เวลา  2:01:20
ไช้ ใช้เวลา  2:10:33

บอย 7  vs  ไช้ 4


ไช้
26 มิถุนายน 2011



วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เมื่อเริ่มมีโค๊ช

วันนี้ วันที่ 25 มิถุนายน 2011  เป็นวันที่พวกเรากลุ่มนักวิ่งใหม่ ที่อยากจะมีสถิติที่ดีขึ้น หลังจากได้รู้จักทั้งในเว็บและตัวเป็นๆ กันมาพอสมควร ได้ตกลงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะมาร่วมฝึกซ้อม โดยมีการจัดหาโค๊ช นักวิ่งมาช่วยติวให้ ซึ่งพี่ใหญ่ในงานนี้คือคุณย้ง ที่ได้ติดต่อประสานงาน อ.สถาวร จันทร์ผ่องศรี ในการสละเวลามาช่วยฝึกซ้อมให้ในโครงการ "60 วัน กับโค๊ช"

โดยมีการนัดหมายเจอกันครั้งแรกที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยรามคำแหง เวลา 6:00น. หลังจากที่ได้รับโปรแกรมการฝึกซ้อมมาครบหนึ่งสัปดาห์

แต่เดิมตัวเองก็ลังเลกับโครงการนี้อยู่พอสมควร กับเวลานัดหมาย เพราะว่าโดยปกติวันเสาร์ จะเป็นวันที่ข้าพเจ้าจะต้องไปตีเทนนิสกับน้องมาตลอดสองปี  แต่หลังจากได้เห็นผลงานของพี่เค้า รวมทั้งน้องเริ่มไม่ว่างวันเสาร์ และสิ่งที่กังวลอีกก็คือ เมื่อเข้าฝึก จะต้องออกสนามน้อยลง  เพราะโค๊ชจะนัดซ้อมกันในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดของโค๊ช  แต่คุณย้งแจ้งว่า อาจจะซ้อมวันเสาร์ และอาทิตย์ในบางครั้ง จึงได้ตอบรับโครงการไป

ซึ่งเมื่อไปถึงก็ได้พบกับ อ.สถาวร พร้อมทั้ง ผช.โค๊ช 2 คน ผอมๆ จำชื่อไม่ได้ ณ ตอนนั้น หลังจากได้พูดคุยกันและมากันครบ ทางอาจารย์ก็เริ่มให้ความรู้ และ แจ้งว่าจะขอปรับท่าวิ่งในปัจจุบันให้เหมาะสมก่อน ซึ่งก็ให้พวกเราทุกคนวิ่งให้ดู และให้ผู้ช่วยโค๊ชช่วยให้คำแนะนำ 

สำหรับสิ่งที่ได้รับถ่ายทอดมาจากโค๊ช นั้น ทำให้ข้าพเจ้าปฏิบัติมา นั้นขาดความถูกต้องโดยสิ้นเชิง เพียงเพราะการซ้อมที่ดูจากคนอื่นซ้อมกันอยู่ เป็นสิ่งที่ถ่ายทอดกันมาอย่างไม่ถูกต้อง โดยคิดว่าเป็นสิ่งถูกต้อง ดังนั้น จึงช่วงเวลาที่ต้องปรับจูนสมองกันใหม่อีกครั้ง

สมองต้องจูน เรื่องพวกนี้ลงใหม่ เป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติทุกครั้ง ก่อนและหลังการซ้อมวิ่ง

1. วิ่งเหยาะๆช้าๆ ก่อนการซ้อมทุกครั้งอย่างน้อย 15- 20 นาที
2. ยืด - เหยียดและกายบริหารโดยเน้น ลำตัว แขน ขา  โดยทำไล่ตั้งแต่ส่วนบน ลงล่าง
3. หลังการซ้อมต้องวิ่งเหยาะๆ ช้าๆ อย่างน้อย 15-20 นาที
4. กายบริหารและยืด - เหยียด ทุกครั้งหลังการซ้อม



การซ้อมจัดท่าวิ่งสำหรับข้าพเจ้านั้นค่อนข้างยากมากเพราะเคยชินกับวิธีการวิ่งแบบเดิมๆ และวิธีการวิ่งที่ตัวเองคิดว่า จะไม่ทำให้เข่ามีอาการบาดเจ็บอีก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้เกิดความรู้สึกกลัวที่จะบาดเจ็บเป็นอย่างมากเลยทีเดียว  แต่ก็ต้องสู้ต่อไป

โปรแกรมแรกในชีวิต

วันที่ 22/6/11
Jog 20 Minute
ยืดเหยียด
Set 1  4KM  pace 5.45 per km
Jog 5 Minute
Set 2  4KM  pace 5.45 per km
Jog 20 Minute and cool down
ยืดเหยียด


วันที่ 23/6/11
Jog 20 Minute
ยืดเหยียด
200x10 under 0:55
Jog 200 after Lap
Jog 20 Minute and cool down
ยืดเหยียด


วันที่ 24/6/11
Jog 20 Minute
ยืดเหยียด
6km pace 5.50 per km
Jog 20 Minute
ยืดเหยียด


วันที่ 25/6/11
พบโค๊ช



ไช้
25 มิถุนายน 2011



วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Race 64 เมื่อก๊วยเจ๋ง ได้รับการถ่ายทอดวิทยายุทธ

Race 64  กระทุ่มแบนมินิฮาล์ฟ มาราธอน

ปีนี้ ได้มีโอกาสมาเยี่ยมสนามนี้เป็นครั้งแรก หลังจากที่แคล้วคลาดกันไปหลายครั้ง  วันนี้ทางกลุ่ม Endomondo มีนัดสำคัญที่จะมาชมการสาธิตการวิ่งโพส จาก กลุ่มของคุณย้ง คุณโก๋ อ.เปา และ อ.สถาวร จากบางขุนเทียน ที่จะจัดขึ้นในวันนี้ หลังจากการวิ่ง

ซึ่งมีนัดการนัดหมายพบปะกับนักเขียนฝีปากกล้า นาม "สับปะรดขลุ่ย" ด้วย  ซึ่งนั่นคือบรรยากาศที่จะต้องรอชมหลังจากวิ่งเรียบร้อย  เพราะวันนี้เป็นวันที่ นักเขียนนามปากกาตาเยอะ ได้ท้าประลองกับคุณน้อยวิช  โดยมีสักขีพยานกันอยู่เพียบ  เพียงแต่ว่าเราไม่รู้ว่าใครคนไหนคือ นักเขียนท่านนั้น


ในการวิ่งวันนี้หมายมั่นปั้นมือว่าจะตีเสมอบอยให้ได้หลังจากปล่อยให้เค้านำไปหนึ่งช่วงตัว  และอีกเป้าหมายนึง คือเป็นการปลดปล่อยฝีเท้าของคุณย้ง ว่าหลังจากได้เริ่มชักชวนเพื่อนๆ ในกลุ่ม Endomondo มาร่วมกันสร้างปรากฏการใหม่ กับการวิ่งที่มีโค๊ช โดยเป้าหมายที่จะสร้างอาชีพโค๊ชให้เกิดขึ้น เฉกเช่นกีฬาประเภทอื่นๆ 

ซึ่งคุณย้งได้เข้ารับการถ่ายทอดวิธีการฝึกซ้อมเป็นคนแรกของในกลุ่ม ผ่านทางการสื่อสาร ยังมิได้เจอตัวจริงๆ กัน

วันนี้เหมือนวันนัดดูตัวเจ้าสาว อย่างไรอย่างนั้น  ทั้งคุณย้ง คุณน้อย คุณป้อม คุณโก และข้าพเจ้า นัดมาดูตัวกันที่นี่ ก่อนเริ่มการเข้าคอร์ท ฝึกซ้อม ตามที่ได้คุยกันไว้ในเว็บและโทรศัพท์ก่อนหน้านี้

เหมือนกับว่า การวิ่งวันนี้จะเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้เห็นถึงความสำคัญของการมีโค๊ชช่วยเหลือในการฝึกซ้อม ซึ่งภาระกิจนี้จึงตกอยู่ที่คุณย้งอย่างเลี่ยงไม่ได้  และแล้วเมื่อถึงเวลาปล่อยตัว ก็เกิดขึ้น  เรายังไม่เห็นโค๊ชมา ไม่รู้ว่าตัวจริงจะหล่อเหมือนคำพูดและวลีเด็ด ในเว็บดังหรือป่าว เป็นสิ่งที่ต้องลุ้นกันต่อไป แต่ตอนนี้หน้าที่ของเราคือ วิ่งให้จบ และ ชนะให้ได้ นั้นคือสิ่งที่เป้าหมายหลักในวันนี้

ระหว่างค้นหาสัญญาณ GPS

วันนี้การปล่อยตัว ไม่ได้ปล่อยตรงจุดเริ่มต้น เพราะด้วยทางที่แคบและกลัวความไม่ปลอดภัยที่จะเกิดขึ้นจึงมีการเปลี่ยนจุดปล่อยตัวไปปล่อยที่หน้าโรงเรียน ซึ่งข้าพเจ้าไม่รู้ว่านี่คือธรรมเนียมของที่นี่หรือป่าว เพราะเพิ่งมาปีแรก  ไว้ปีหน้าค่อยมาย้ำอีกที แล้วจึงจะบอกได้ว่า อันนี้ คือ Kratumban Culture.

วันนี้ คุณโก้ แกทำฮา ไปทำท่า แพลงกิ้ง หน้าจุดสตารท์ด้วย ฮาจริงๆ เรียกว่าทำเอาบรรยากาศถ้าตรึงเครียดนี่หายไปในบัดดล

สิ้นเสียงปล่อยตัว วันนี้เราที่อยู่แนวกลางของผู้เข้าร่วมวิ่ง ออกวิ่งด้วยความเร็วที่เร็วกว่าปกติเพราะเป็นการไปวิ่งตามกลุ่มที่อยู่ด้านหน้า  จุดที่ควรปรับปรุงแรกคือ เมื่อปล่อยตัว มีรถกะบะวิ่งมาจากอีกถนน และต้องหยุด ตรงแยก เพื่อให้กลุ่มนักวิ่ง วิ่งผ่าน  ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่า เราคงต่างคนต่างเซ็ง

วันนี้ที่ชมรม มีผู้มาเข้าร่วมมากมายคงเป็นเพราะเป็นที่ใกล้บ้าน วันนี้ การวิ่งจึงเห็นเสื้อเหลืองวิ่งเรียงรายกันเต็มไปหมด


การวิ่งในครั้งนี้จากการออกตัวที่เร็วเกินไปในช่วงแรก ทำให้เกิดอาการจุก จึงต้องผ่อนความเร็วลงเล็กน้อย แต่พยายามประคอง ระยะห่างจากน้องชายไว้ให้เยอะที่สุด เพราะงานที่แล้วมันเล่นเราไว้เยอะ ข่มกันไม่เลิก ยังไงงานนี้ก็แพ้ไม่ได้

ตามที่ได้กล่าวไว้ว่างานนี้มีการแข่งขันระหว่างคุณน้อย กับ คุณสับปะรดขลุ่ย ผู้เป็นบุคคลนิรนาม แต่มีการเฉลยร่างจริงเอาไว้เล็กน้อยว่าได้ร่วมวิ่งที่งานเซ็นทรัลรีเทล และจากการดูเวลา ก็รู้เลยว่าเป็นแนวหน้าชัดๆ และที่สำคัญน่าจะเป็นคนนั้นตามที่เราไว้ในเว็บไซด์ที่ได้พูดคุยกันไว้  ซึ่งเราก็ได้เจอบุคคลนั้น ตอนก่อนเราขึ้นสะพาน แต่เค้าลงสะพานสวนมาแล้ว   "คุณน้อย เอ๋ย งานเข้าแล้ว"

สำหรับการวิ่งบนสะพานก่อนจุดกลับตัว ที่ยาวและชัน ทำให้การวิ่งนั้นต้องผ่อนความเร็วลงอีก พร้อมทั้งความเมื่อยล้าที่ยิ่งสะสมมากขึ้น  เมื่อลงสะพานมา มีวงแตรวง หรืออะไรมองไม่ชัด ขับกล่อมให้กำลังใจอยู่  บรรเลงเพลงโดยเด็กนักเรียนตัวน้อยๆ เรียกรอยยิ้มสำหรับคนที่กำลังเหนื่อยได้ดีทีเดียว

ตอนนี้ผมเริ่มชักจะรำคาญโทรศัพท์ผมแล้ว เพราะการถือโทรศัพท์วิ่ง จะกินน้ำก็ไม่สะดวก เหงื่อเข้าเครื่อง เสียหายขึ้นมา ได้ไม่คุ้มเสียเลยทีเดียว เหตุเพราะลืมเอาสายคาดแขนมานี่ทำเอาหมดอารมณ์เลยทีเดียว  

วิ่งมาตั้งนานวันนี้ ตามใครไม่ทันเลย และก็ไม่รู้ว่าเพื่อนในกลุ่ม Endomondo นี่อยู่หลังหรืออยู่หน้าเพราะไม่เจอใครเลย  สิ้นความคิดก็เจอ คุณโก กำลังวิ่งอย่างหมดแรง ก็ได้วิ่งตามไปสักพักและแซงในที่สุด เพราะรู้สึกว่าน่าจะมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับการวิ่งวันนี้ของคุณโก ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากอาการบาดเจ็บจากสนามดูดวิญญาณเฉกเช่นเดียวกับข้าพเจ้า

มาถึงตอนนี้ชักสนุกที่วันนี้จะวิ่งเข้าไปคนแรกของในกลุ่ม Endomondo แน่ๆ แต่คงสู้บอยไม่ได้เพราะจ้ำอ้าวไปไกลแล้ว  แต่ความคิดนี้ก็สลายทันที เมื่อคุณย้ง วิ่งตีคู่ขึ้นมาและเร่งสปีดหนีออกไป ราวกับว่าเพิ่งจะเริ่มวิ่ง ไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน  ฤ นี่จะเป็นยาดีจากการฝึกซ้อมแบบมีโค๊ช

พยายามเหมือนกันที่จะเร่ง แต่ก็เร่งไม่ขึ้น  อากาศร้อน  ใจที่ไม่สู้  และกลัวอาการบาดเจ็บ จึงได้แต่วิ่งประคองเข้าเส้นชัยไป 

ความรู้สึกแรกคือตื่นเต้นไปกับคุณย้ง ที่วิ่งวันนี้ได้ดีมาก  คิดไปไกลเลยว่า ถ้าเราไปลองฝึกซ้อมด้วย เวลาวิ่งคงดีขึ้น และสู้บอยได้อย่างสูสีแน่งานนี้


ระยะทาง 11.15 กม
ไช้ ใช้เวลา  58:38 นาที
บอย ใช้เวลา  56:19 นาที

ไช้ 4 vs บอย 6


วันนี้ทำ Personal Best ได้ในสถิติ Endomondo ระยะ 5 KM  เวลา 24:41s




บรรยากาศหลังงานเป็นการพูดคุยกันในกลุ่มนักวิ่ง รวมทั้งเปิดตัว สับปะรดขลุ่ยอย่างเป็นทางการ ผู้คนให้ความสนใจขอถ่ายรูปกันเป็นแถว เพราะชอบในสำนวนกวนๆ ในการนำเสนอเรื่องราวแปลกๆใหม่ในอีกมุมมอง

ส่วนการสาธิต ไม่เห็นมีเกิดขึ้น ณ ตอนที่ผมอยู่ เพราะนักวิ่งส่วนใหญ่ ให้ความสนใจไปกินข้าว ไปรับถ้วย ไปดูรูปตัวเองที่บอร์ดมากกว่า

สุดท้ายได้เข้าไปสวัสดี อ.สถาวร ด้วยความเหนียมอายเล็กน้อย แต่ไม่กล้าพูดคุยอะไรมากกว่านี้

ไช้
19 มิถุนายน 2011

วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Race 63 ด้วยหัวใจอาสา 2

Race 63 เดินวิ่ง สวนนครเขื่อนขันธ์

วันนี้ได้มาร่วมเดินวิ่ง งานฟรี กับสวนนครเขื่อนขันธ์  นักวิ่งเยอะมาก เพราะเป็นงานฟรี

บรรยากาศเป็นไปอย่างชุลมุน เพราะเบอร์วิ่งที่ให้จองในเว็บล่วงหน้า ปรากฏว่าตอนไปรับจริงมั่วมากครับ จนไม่พบกับเบอร์ตัวเองที่จองไว้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จัดงาน ก็ตามน้ำ ปล่อยเบอร์มั่วให้กับนักวิ่งไปหมด

คนสมัครไว้ก่อนไม่ได้เบอร์ คนได้เบอร์เพิ่งมาสมัครอะไรประมาณนั้น  จริงอยู่เป็นงานฟรี แต่ถ้าจะมั่วแบบนี้ไม่ต้องให้สมัครก่อนให้เสียความรู้สึกหรอกนะครับ

สำหรับวันนี้ตั้งใจจะมาวิ่งให้เต็มที่เพื่อฟื้นพลัง และความเชื่อมั่นให้คืนมา ซึ่งปรากฏว่าวันนี้ต้องมาเป็น Pacer ให้หลาน โดยไม่ได้ตั้งใจ 

คือเมื่อปล่อยตัววิ่ง หลานบอกวันนี้จะวิ่ง 10 km  ซึ่งข้าพเจ้าดูบรรยากาศวิ่งในสวนแล้ว ถ้าปล่อยไปคนเดียว มันคงไม่รอดแน่นอน จึงตั้งใจ วิ่งด้วยตลอดทาง  หลานเพิ่งจะเริ่มมาออกกำลังกายได้ไม่ถึง 2 เดือน ส่วนใหญ่มาซ้อมวิ่งไม่ประจำ และระยะสูงสุดไม่เกิน  2 กม  ทำให้ข้าพเจ้าไม่ไว้วางใจในการวิ่งครั้งนี้ แต่เดิมตั้งใจจะให้มาวิ่งแค่สั้นๆ แต่อยากตะโกนบอกจัดงานมากๆ เลยครับ ว่าคุณสักแต่ว่าจะจัดงาน โดยไม่มีองค์ความรู้อะไรเลย การจัดการวิ่งระยะเดียว 10 กม  ไม่มีใครเค้าทำกัน ยิ่งคุณประชาสัมพันธ์งานว่าฟรี  ลูกเด็ก เล็กแดง จากหลายครอบครัว ถูกนำมาเพื่อรายการนี้  ผมสังเกตุเห็นก่อนการวิ่งมีเด็กจำนวนมากมาย มาลงรายการนี้ เพราะเข้าใจว่ามีระยะสั้น  แต่เมื่อมาถึงงานกลับมีระยะแข่งขันเพียงระยะเดียว  ซึ่งทำให้เกิดเหตุการณ์ลากให้เด็กวิ่ง 10 กม โดยไม่สมควรอย่างยิ่ง
ระหว่างรอสัญญาณการปล่อยตัว

การวิ่งเป็นไปในลักษณะ ถนอมแรง และ ไม่ให้ล้าเกินไป เป้าประสงค์เพื่อให้จบระยะทางให้ได้ นี่คือสิ่งที่บอกหลานก่อนวิ่ง  และพอเริ่มวิ่งจริง
ก็วิ่งไปในอัตราความเร็ว 8 นาที ต่อ กม และก็วิ่งได้เพียง 2 กม เท่าระยะที่หลานซ้อม และก็ต้องหยุดวิ่ง เพราะหลานบอกเจ็บขาและก็เหนื่อย

นี่คืออีกหนึ่งบทเรียน ที่เจ้าจะต้องเรียนรู้ว่า ในเมื่อเจ้ามีต้นทุนแค่นี้ เจ้าก็จะทำได้เพียงแค่นี้ ตราบใดที่เจ้าไม่สามารถที่จะขยายต้นทุนของเจ้าออกไป เจ้าก็คงไม่สามารถที่จะพัฒนาตนเองให้ได้ดีขึ้น

การวิ่งหลังจากระยะ 2 โล นั้นเราควรจะเรียกว่าเดินดีกว่า แต่ทำอย่างไรให้ไปถึงเป้าหมายให้เร็วที่สุดโดยปราศจากการวิ่ง การเดินเร็วจึงเกิดขึ้น ระหว่างทางเห็นเด็กเดินกันมากมาย มีผู้ปกครองหลายคน ต้องคอยประคอง ทั้งปลอบใจทั้งให้กำลังใจ เพื่อให้ลูกหลานตัวเอง เดินและวิ่งต่อไป

ผมมองเหตุการณ์นี้ เป็นบทเรียนราคาแพง ที่ผู้เข้าร่วมแข่ง ที่จะต้องพิจารณาเพื่อความปลอดภัยของบุตรหลานตนเอง ก่อนที่จะคิดเพียงว่าเราจะได้วิ่ง  เพราะหากเกิดเหตุการณ์อะไรที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น ความเศร้าโศกเสียใจจะต้องเกิดขึ้น ซึ่งบทเรียนนี้ผมก็จำไว้ในใจเสมอ ว่าหากมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ผมจะต้องตัดสินใจ ภายในสองอย่างนี้ คือ วิ่งรายการนี้ต่อไปคนเดียว หรือไม่วิ่งเลย เพราะเรื่องความปลอดภัยของเด็กๆ

ตอนนี้ ก็ยังยิ้มได้

การเดินมาราธอน ได้ผ่านพันไป ในช่วง กม. ที่ 5 เด็กๆ เริ่มออกอาการงองแง กันอีกครั้ง หลายคนจะเข้าห้องน้ำ หลายคนอยากกลับบ้าน

คนที่ปวดห้องน้ำต้องอาศัย บ้านชาวบ้านแถวนั้นช่วยปลดทุกข์

คนที่อยากกลับบ้านก็มี เพราะตอนนี้มีรถสองแถวของงานที่ไล่เก็บของ โต๊ะให้น้ำ วกกลับเข้ามา บางคน ก็ขออาศัยขึ้นรถกลับ เพราะทนสงสารลูกหลานตัวเองไม่ได้

ผมก็เป็นอีกหนึ่งคนเช่นกันที่จะส่งหลานตัวเองขึ้นรถ แต่ก็ได้รับคำตอบจากหลานว่า  ถึงจะวิ่งไม่ไหว ก็ขอเดิน เข้าเส้นชัยให้ได้ เพราะนี่คือรายการแรกของเค้า เค้าอยากจะวิ่งให้จบเหมือนกับคนอื่นให้ได้  ซึ่งมีเด็กๆ มีหลายคน ที่เดินมาด้วยกันเห็นด้วย จึงประคองกันวิ่งเหยาะๆ สลับเดินกันต่อไป

กม ที่ 7 ผ่านไป เริ่มมีรถของงานเริ่มขับมาเก็บเด็กที่วิ่งไม่ไหว ซึ่งเห็นว่าขนมาเต็มท้ายรถกะบะ ซึ่งไม่มีที่ว่างให้สำหรับกลุ่มของเด็กที่เราวิ่งด้วยกันมาอยู่  ซึ่งเ้จ้าหน้าที่บอกถ้าจะขึ้นให้รอรถคันต่อไป ซึ่งกำลังจะมา

กม ที่ 8 มาถึงรถคันดังกล่าวก็มาถึงจุดที่พวกเรากำลังเดินกันอยู่สุดท้าย เด็กในกลุ่มเกือบทั้งหมดก็ถอดใจ และเจ้าหน้าที่ก็ตะโกนบอกว่าขึ้นมาเลย เดี่ยวเอาไปปล่อยไว้ที่กมสุดท้ายให้วิ่งเข้า

ข้าพเจ้าหันไปมองหน้าหลาน  ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ นอกจาก การส่ายหน้า กลับมา  ซึ่งจากจุดนี้เหลือเด็ก 2 คน กลับผู้ใหญ่อีก 5 คน ในการร่วมเดินทาง 2 กม สุดท้าย

เส้นทาง 2 กม สุดท้ายทำให้รู้จักเพื่อนเพิ่มขึ้นมา การพูดคุยแลกเปลี่ยนบทสนทนากันได้เกิดขึ้น ได้ความว่า บางท่านเคยวิ่งมาแล้ว แต่สุดท้ายด้วยการงานจึงหยุดวิ่งไป แต่วันนี้เห็นว่าใกล้บ้านเลยมาลองวิ่งอีกครั้ง ซึ่งทำให้รู้ถึงร่างกายเลยว่าทรุดโทรมไปมาก และทำให้เค้าตั้งใจเริ่มกับมาซ้อมอีกครั้งให้ได้

นี่คงเป็นเรื่องดีดี ที่ผมได้รับจากงานนี้

มาถึง กม ที่ 9 เมื่อมาถึงจุดนี้ สิ่งที่ได้รับ คือ ความฉงนปนสงสัย เพราะมีทางแยก ซ้ายขวา แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำจุดอยู่เลย  อาจเป็นเพราะเป็นเวลาที่เนิ่นนาน กับแสงแดดที่เริ่มแผดเผา ทำให้เจ้าหน้าที่แยกย้ายกันกลับ เพราะคิดว่าคงไม่มีใครอยู่ด้านหลังแล้ว

นี่เป็นอีกจุดที่ควรปรับปรุงแก้ไข ว่าควรจะมีการประสานกับเจ้าหน้าที่ด้วยว่า คนสุดท้ายมาหรือยัง หรือเพียงแต่ว่าเค้าจะดูว่า นักวิ่งแฟนซี เข้าไปหรือยังเป็นบรรทัดฐาน (แซวอาอี้เนเน่นะครับ)

การตัดสินใจในตอนนั้น คือการตัดสินใจเลี้ยวขวา เพราะคิดว่าน่าจะถูกและเห็นมีรถขับไปทางนั้น ก่อนหน้านี้ เราเดินสลับวิ่งตามรถขนเด็ก มาตลอด แต่ก่อนถึงจุดนี้ เป็นจุดอับตรงโค้ง ทำให้เกิดการคาดสายตาในการจับจ้องรถคันดังกล่าว

การตัดสินใจดังกล่าว นั้นนำไปสู่ความผิดพลาด เพราะเมื่อเราวิ่งไปสักระยะ ก็มีเสียงเจ้าถิ่นโห่ร้องต้อนรับ กันอย่างคับขั่ง และ มองข้ามไปแนวรั้วก็เป็นแม่น้ำใหญ่ที่เราคุ้นตามาตลอด  การวกกลับเข้าสู่เส้นทางเดิมได้เกิดขึ้น  "หลงอีกแล้วตรู"

จากนั้นจึงกระตุ้นให้ทุกคนในทีมที่เหลืออยู่เริ่มวิ่ง เพื่อเข้าเส้นชัย  เส้นทางเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อวิ่งผ่านจุดที่เราจอดรถกันอยู่ การวิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าผมจะทำสถิติได้ดีเช่นนี้  กับการวิ่งเข้าเส้นชัย เืมื่อซุ้มสตาร์ท ฟินิช กำลังถูกล้มเพื่อจัดเก็บ และจะต้องจับตั้งขึ้นใหม่เพื่อให้พวกเราวิ่งผ่าน

กับสถิติเข้าเส้นชัยคนสุดท้ายที่ได้รับ ย้ำคนสุดท้ายจริงๆ  จนตากล้องต้องรีบนำกล้องออกมาถ่ายใหม่

บรรยากาศที่โดนชาวบ้านแซวตลอดเส้นทาง กม สุดท้าย ที่คนอื่นกำลังเดินกลับ

บรรยากาศที่โดนพี่ๆ ในชมรม แซวเมื่อเข้าเส้น

บรรยากาศที่่โฆษกประกาศว่า เหรียญเหลืออยู่ 8 เหรียญ สำหรับ คน 7 คน

บรรยากาศการวิ่งที่สามารถนำบุคคลในครอบครัวมาเริ่มวิ่งได้ โดยตัวเองเป็นพี่เลี้ยงให้ตลอดทางจนจบ

นี่คงเป็นอีกเรื่องที่ดีดี ที่ไม่เคยได้รับจากที่ใดจากที่นี่มาก่อน





มินิมาราธอนแรก ในชีวิต ภาพจากพี่เตือน
นักวิ่งต่างๆ ที่เห็นต่างหัวเราะชอบใจ เพราะคนอื่นกินข้าวกำลังกลับกันหมดแล้ว แต่หล่อนเพิ่งจะเข้าเส้นชัย







กับสถิติ ช้าที่สุดในสนามครั้งแรก  และ ยิ้มแหยๆ กับการครองบ๊วย


วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Race 62 ด้วยหัวใจอาสา

Race 62 มูลนิธิ ด้วยหัวใจอาสา ครั้งที่ 1

"ด้วยหัวใจ ที่อาสา พาคนวิ่ง          ถึงวันนี้ จะเริ่มวิ่ง กับน้องฉัน
ด้วยหัวใจ ที่จะร่วม วิ่งฝ่าฟัน         ไปให้ถึง ฝั่งฝัน ของตัวเอง"

"หลังจาก Race หฤโหด ที่โขกสับ   ทำให้จับ จุดตัวเอง วิ่งไม่ไหว
จำต้องลด ปรับ Pace สำหรับใช้    ประคองใจ ให้พลิก วิกฤตตน"

วันนี้เป็น pacer ส่วนตัวให้กับหนุ่ย

เสื้อแข่งเซ็นทรัลพระราม 2 ได้ส่งพร้อมให้กับน้องชายอย่างเป็นทางการ จากเฮียเทพ  วันนี้ได้ฤกษ์นำมาใส่ประเดิมสนามแรก

สำหรับการแข่งขันวันนี้ เนื่องจากสภาพจิตใจและร่างกายยังบอบช้ำจากงานก่อนหน้านี้ และยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น จึงได้สละตัวเองมาวิ่งลากน้อง สำหรับ มินิมาราธอนแรกของเค้า

ก่อนจะออกจากบ้าน ฝนตกครับ จนนึกว่าจะต้องยกเลิกซะแล้ว แต่สุดท้าย ก็หยุด เพื่อให้เราเดินทางจนได้

งานนี้ถือเป็นงานวิ่งที่สบายที่สุดตั้งแต่วิ่งมา เพราะไม่ต้องเค้นอะไรวิ่งไปเรื่อยๆ ชักติดใจแล้วล่ะสิเรา

ระยะทาง 10.24  ใช้เวลา 1:08:34  Twin finished.






ไช้
5 มิถุนายน 2011




วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Race 61 ความเจ็บปวด อับอาย กับสนามดูดวิญญาณ

Race 61 เดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา 109 ปีกรมชลประทานมินิ-ฮาล์พ

"ฉันจะจดจำที่นี่ ตลอดไป และไม่มีวันลืมเลือน"

เป็นการขับรถหลงที่ไกลที่สุด จากความเชื่อถือที่มอบให้แก่ GPS

การเดินทางในครั้งนี้ประกอบไปด้วย 5 ชีวิตจากบ้านตัวเอง รวมกับ บอยและพี่รัตน์
ก่อนการเดินทางมีการค้นหาพิักัดตามชื่อของสถานที่ไว้เรียบร้อย กันขับรถหลงทาง ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ก็เหมือนปกติ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เมื่อขับรถไปผ่านแสงไฟสว่าง แต่ไม่เห็นป้ายบอก หรือป้ายกำกับว่าเป็นงานวิ่ง กอปกับระยะในแผนที่ในโทรศัพท์ยังไม่ถึง จึงเชื่อใจ GPS มากในการนำพาไปยังจุดหมายปลายทาง แต่ยิ่งขับไปถนนยิ่งเล็ก และยิ่งมืด จนกระทั่งมาถึงจุดหมายปลายทางที่ GPS นำมา ซึ่งก็คิดว่าอาจจะเลยไปอีก จึงดื้อเพ่งขับต่อไปจนเกือบถึงปลายทางที่จะแยกไปฉะเชิงเทรา กับ ชลบุรี จึงมั่นใจได้เลยว่า หลงอีกแล้ว  จึงกลับรถและเร่งเดินทางกลับ โดยปรึกษากันในรถ วินิจฉัยว่า แสงสว่างที่เราเห็นนั่นหน้าจะเป็นปลายทางของทีม

ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ  และเมื่อไปถึง ระยะเวลาใกล้ปล่อยตัว ระยะครึ่งมาราธอนแล้ว จึงให้ทั้งทีมลงไปดำเนินการก่อน ส่วนตัวข้าพเจ้าต้องไปหาที่จอดรถ

งานวิ่งในครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากคุณริท กรมชลประธาน ที่มอบเบอร์วิ่งระยะมินิให้ 2 เบอร์ ซึ่งได้ให้หลานกับน้องไปวิ่งในระยะ ,  5 KM 10 KM  ตามลำดับ

ส่วนข้าพเจ้าให้บอยล่วงหน้าไปสมัครระยะครึ่งมาราธอนไว้ให้

ดูเค้าทำกับผม ไปเอาของฝากเรียบร้อยแล้วมานอนรอรับผม ใจร้ายอ่ะ

ซึ่งเราก็นอนใจเพราะยังไม่เห็นสัญญาณปล่อยตัว จึงชวนกันไปทำธุระส่วนตัว  พอออกมากองทัพฮาล์ฟ หายเกลี้ยง  สอบถามได้ความว่าปล่อยตัวไปเกือบ 5 นาทีแล้ว สงสัยว่าจะปล่อยตัวกันตอนที่เรากำลังสมัครนั่นแหละ  เมื่อได้ความดังนั้น การสับเพื่อเร่งสปีดในความมืดก็เกิดขึ้น

เราไม่เคยมีประสบการณ์บนเส้นทางที่อยู่ท้ายแถวแบบนี้ การไล่กวดระยะห่าง 5 นาที เพื่อให้ทันคนสุดท้ายของแถวนั้นถือเป็นเรื่องสาหัสทีเดียว

วอร์มก็ไม่ได้วอร์ม ยืดก็ไม่ได้ทำ มาถึงวิ่งเลย  กว่าจะไล่คนสุดท้ายทัน ก็เกือบ 4 กม  เพราะวิ่งไม่ออก
แต่ตอนนี้เหมือนเครื่องเพื่อนบอยจะติด ยิ่งวิ่งยิ่งลากให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสุดท้าย ก็ต้องแยกทางกันเพราะ หายใจไม่ทัน วิ่งไม่ออก แล้วฝนตก

จึงทำให้ต้องหลบฝนหาถุงพลาสติกมาใส่โทรศัพท์ ซึ่งก็โชคดีได้ถุงจากถุงบรรจุถ้วยน้ำนักวิ่งจากจุดที่สี่ กม ที่ 8 มาใส่กันฝน

วิ่งมาเกินครึ่งทาง ในกมที่ 18 เกิดวางเท้าผิดจังหวะ ทำให้เจ็บบริเวณหัวเข่ามาก จึงต้องชะลอและหยุดวิ่งในที่สุด และเช็คระยะตอนกลับตัวคิดว่าวันนี้ ระยะเกินสุดๆ แน่

จากนั้นก็เดินๆ วิ่งๆ ด้วยสภาพที่คิดอยู่ตลอดเวลา ว่าอยากนั่งรถกลับ ไม่วิ่งแล้ว เป็นสนามที่กัดกินหัวใจนักวิ่งอย่างเราไปเลยทีเดียว

สนามยิงตรงอย่างเดียว  ไม่มีร่มเงา  อากาศร้อนมาก  น้ำขาดตั้งแต่กลับตัว  ระยะเกินมากไป "ฝากไว้ก่อน" สนามที่ทำให้ความมั่นใจหมดไป แถมโดนเย้ย จากเพื่อนๆ น้อง และหลาน อย่างมากมาย


หลังจากจบงานนี้ เครื่องรวน ไป 1 เดือนเต็มๆ ครับ คงจะได้เห็นใน Race ต่อไป

ระยะ 23.13
ไช้ ใช้เวลา 2:37:48
บอย ใช้เวลา 2:17:20

บอย 5 vs ไช้ 4

ไช้
29 พฤษภาคม 2011


ได้น้ำจุดท้ายๆ มาเติม แต่ตรงกลาง ต้องอมน้ำแข็ง