วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Race 68 งานวิ่งกรมเจ้าท่า

Race 68 เดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา 137 ปี กรมศุลกากร มินิมาราธอน

งานนี้ตั้งใจมาจ็อกให้ได้ 60 นาทีหลังจากเริ่มเข้าตารางฝึกซ้อมแล้ว ร่างกายยังปรับตัวไม่ได้ทำให้วิ่งแล้วไม่มั่นใจไม่สนุก กะอาศัยงานนี้มาบิ้วท์ความรู้สึกให้อยากวิ่งให้กลับมา

ซึ่งงานนี้ มา กันครบ ไช้ บอย หนุ่ย  สามหนุ่มที่ควงกันมางานบ่อยขึ้น  ตั้งใจมาจ็อกแต่ไม่ได้บอกคู่แข่ง เพราะเราก็หวังปฏิหารย์เหมือนกัน

เส้นทางวันนี้เป็นการวิ่งจากกรมศุลกากรเข้าสู่ถนนภายในการท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่บุคคลมีโอกาสน้อยมากในการเข้าไปถือเป็นโอกาสอันดี  ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้เห็นนักวิ่งหลายคนเตรียมกล้องเข้าไปถ่ายรูปภายในการอย่างมากมาย

พอเริ่มวิ่ง สามคนก็เกาะกลุ่มกันไป เร่งก็เริ่งขึ้นพร้อมกันทั้งสามคน จนข้าพเจ้านึกแปลกใจกับน้องชายตัวเอง ว่าวันนี้มาไม้ไหน  พอผ่านจุดกลับตัว บอยชิงหนีออกไป ข้าพเจ้าก็ยังวิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ โดยมีเงาตะคุ่มๆ ตามมา ตอนแรกเข้าใจว่าน้องหมดแรง แล้วค่อยๆ ตามมา  มารู้ที่หลังจากคำบอกเล่าว่าเค้าเกาะมาตลอด โดยอาศัย ให้นักวิ่งอีกคนบัง ไม่ให้ข้าพเจ้าเห็น (เอากับมันสิ)  หลังจากเห็นข้าพเจ้าแผ่ว จึงรีบชิงจังหวะสปีดหนีไป

มิน่าวันนี้ออกจากบ้านรู้สึกเขม่นตา  คงเพราเหตุผลนี้นี่เอง ให้เด็กที่เพิ่งหัดวิ่งมาไม่ถึง 2 เดือนเก็บซะแล้ว

ซึ่งข้าพเจ้าก็ใช้ความพยายามเท่าที่มีพยายามไล่ตามทั้งสองคนให้ทัน แต่ก็สายเกินไป ปล่อยให้ สองคน เค้าเข้าเส้นชัยไปหาของกินก่อน แถมยังมีมายืนรอหน้าเส้นชัย  ส่งน้ำขวดให้เราอีกแน๊ะ

มันจี๊ด

ระยะ  9.59  กม

บอย  49:36
หนุ่ย  51:25
ไช้     52:12

บอย 9 vs ไช้ 4

ไช้
31 กรกฏาคม 2011

งานนี้ไม่มีรูปถ่ายสักรูป เซ็งที่ไม่มีหลักฐานความพ่ายแพ้ 55+






วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Race 67 เมื่อได้ไปแข่งโอลิมปิค

Race 67 โอลิมปิค เดย์รัน 2011

รวมพล คนชอบวิ่ง สำหรับงานโอลิมปิค เดย์ รัน ที่โปรโมทว่าจัดทำเสื้อ 84,000 ตัวแล้วหมดเกลี้ยง คนมาคนอย่างล้นหลาม แต่จากการประเมินนักวิ่งจริงๆ มีแค่หลักพัน อีกหลักหลายพันเป็นนักเรียน กศน เจ้าหน้าที่เขตต่างๆ  เด็กนักเรียนหลายโรงเรียน ที่ถูกร้องขอให้มาร่วมงาน

ดูยังไงก็แค่หลักหมื่นต้นๆ แต่ยังกล้าประกาศว่า 84,000 คนตาม concept งาน  เห็นเสื้อกองมโหฬาร ที่ถูกชมรมแต่ละชมรม รถแต่ละคัน ขนกลับบ้านกันคันละร้อยๆ ตัว  นี่คือความเห็นแก่ตัวอย่างน่าเกลียด ที่มนุษย์มักจะเห็นแก่ของฟรี โดยมิได้คำนึงถึงบุคคลอื่นเลย  ถ้ามองในมุมกลับกัน ถ้าเสื้อที่เหลือเหล่านั้น ถึงจะเหลือมากมายจริง แต่ถ้าได้ถูกส่งต่อไปยัง ต่างจัังหวัด ในถิ่นที่ต้องการ คงจะได้ประโยชน์มากกว่าการเอาไปเก็บที่บ้านใครคนหนึ่งเท่านั้น และก็คงไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อะไร

กลับมาที่งานหลังจากจัดแจงจอดรถเรียบร้อยก็ได้เวลา หาเพื่อนที่หางม้า จุดนัดพบ ที่ผู้คนมากมายนัดไว้จุดเดียวกัน (แล้วจะเจอไม๊เนี้ย)  ด้วยความไม่ประสีประสาในการวิ่งงานนี้ ใส่เสื้อชมรมมาวิ่ง เดินไปเดินมาอยู่นานรู้สึกเป็นตัวประหลาดเลยต้องไปเอาเสื้องานมาใส่ให้เหมือนชาวบ้าน โดยลืมถอดเสื้อกล้ามออก ทำให้ใส่เสื้อสองตัว

เดี่ยวนี้ก่อนวิ่งเรามีเดินมีจ็อค ก่อนที่จะยืดเหยียดแล้วตามที่อาจารย์ให้องค์ความรู้มา

งานในครั้งนี้เป้าหมายคือมาจ็อคเล่นๆ พอเอาบรรยากาศ  จึงไปยืนรออยู่แนวกลางๆ ในการปล่อยตัว สำหรับเวลาการปล่อยตัวในครั้งนี้ ถึงแม้จะช้าไป แต่ก็ไม่มาก แค่ 4 นาที ถือว่าสอบผ่านกับจำนวนคนที่มากมาย

ครานี้ยืนประกบกันทั้งชมรม และเมื่อปล่อยตัว ก็วิ่งตามบอยไป แต่ด้วยคนที่เยอะมาก บอยวิ่งหนีขึ้นฟุตบาล ซึ่งข้าพเจ้าก็ตามไปติดๆ กว่าจะสลัดหลุดจากฝูงชนก็เกือบ 1 กม  และกว่าจะรู้ตัวว่าอยู่ใน race การแข่งกับบอยอีกแล้ว ก็หอบแล้ว  ไม่เคยวิ่งระดับต่ำำกว่า 5 นาทีมานานแล้ว โดนบอย ลาก อยู่ 4 กม ข้าพเจ้าก็เริ่มแป๊ก  พยายามจะตามก็ไม่ไหว เพราะอาการเสียดท้อง เข้าจู่โจมเมื่อครบ 5 โล จึงพยายามจ็อคตามไปเฉยๆ เพราะรู้ว่าตามไม่ทันแน่นอน วิ่งเสร็จใจจะขาด เจอเพื่อนหมดทุกคนยกเว้นบอย อาจเป็นเพราะคงสะใจอยู่มั้งเลยไม่ยอมอยู่ในงาน ตามหาทั่วงานไม่เจอ ปรากฏว่า ไปนั่งรออยู่ที่รถคนเดียว ข้าพเจ้ากะจะแกล้งให้อาย โดยไปประกาศตามหาเด็กน้อยกับพิธีกรในงานแล้ว


สรุปแพ้คาสนามอีกสนามแล้ว

ระยะทาง 7.57 กม

ไช้ ใช้เวลา 40:03
บอย ใช้เวลา  38:37

บอย 8 vs ไช้ 4

ไช้
24 กรกฏาคม 2011

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Race 66.2 เดจาวู ที่พัทยา

Race 66.2  พัทยา มาราธอน 2011

เมื่อปีก่อนมาวิ่งที่นี่ครั้งแรก  ได้รับการเจ็บป่วยกลับไปเป็นของขวัญ  มาปีนี้แปลกใหม่กว่าเดิม เพราะก่อนมาเจ็บเข่า จนซ้อมได้บ้างไม่ได้บ้าง ซ้อมได้ถึงวันที่ 7 กค.11 ก็ต้องยุติการซ้อมลงโดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อไปหาหมอ จึงรู้ตัวว่าอาการที่มันวูบๆอยู่เพราะมีเชื้อไวรัสในเส้นเลือด จึงต้องหยุดซ้อม เพื่อพักผ่อนให้ร่างกายแข็งแรงดังเดิม ซึ่งก็หยุดมาจนถึงวันแข่งพัทยามาราธอน

สรุปไม่ได้ซ้อมเลยทั้งเดือน   สำหรับการมาัพัทยาในครั้งนี้ เพราะสมัครลงระยะฮาล์พ และจองโรงแรมไว้เรียบร้อยแล้ว จึงเสียดายเงิน จึงกะว่ามาเที่ยวหรืออาจจะลงไปวิ่งแค่มินิพอสนุกๆ  ปีนี้พาที่บ้านมาอีกเช่นเคย  แต่ความประทับใจในที่พักเมื่อปีก่อนก็ได้สลายไปหมด เพราะปีนี้เปลี่ยนสถานที่และโรงแรม จากการจองผ่านประธานชมรม  โรงแรมที่พักเก่ามาก ดูน่ากลัว แต่ใกล้สถานที่แข่งขันมาก ทำอะไรไม่ได้นอกจากทนๆ กันไป

สุดท้ายในการเลือกวิ่งได้เลือกตัดสินใจลงเหมือนเดิม โดยหวังแต่วิ่งไปเรื่อยๆ ให้จบระยะ เท่านั้น โดยไม่ได้คาดหวังเรื่องเวลา

จริงๆ ในงานนี้ หวังจะเปิดตัวนาฬิกาใหม่ ที่ฝากคุณป้อม ซื้อมาจากเมืองนอก แต่ด้วยความไมุ่คุ้น กับความไม่แน่ใจ จึงใช้นาฬิกาจับเวลาดังเดิมคู่กันไปด้วย

เมื่อเริ่มปล่อยตัว ได้ออกไปพร้อมกับคุณเป คุณกรกฏ และคุณประสิทธิ วิ่งไปได้สักพัก เหมือนเครื่องเริ่มติด จึงทิ้งกลุ่มทั้งหมดวิ่งไปตามจังหวะตัวเอง การที่ไม่ได้ซ้อมและป่วยเพิ่งจะหายทำให้ ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณออกมา


ทนทานมาได้ 16 กม กับเนินที่ขึ้นลงตลอดทาง ก็หมดแรงยอมแพ้
เพราะอาการไข้ที่เริ่มตีกลับ  การเดินหาน้ำราดหัว เช็ดตัวเกิดขึ้น แสงแดดในตอนนั้นก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ ย่อท้อ  แว่นตาที่นำมาช่วยบรรเทาแดด หมวกที่ใส่ ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย หนำซ้ำยังรู้สึกอบอ้าวที่หัวเวลาใส่หมวกมากขึ้นอีกด้วย

เมื่อเดินได้สักพัก ก็พยายามวิ่งต่อ ซึ่งความอดทนที่ไม่มีเพราะขาดการซ้อม ก็น็อคไปอีกรอบที่ กม ที่ 18 จึงต้องเดินอีกครั้งเมื่อถึงถนนหน้าเขาพระตำหนัก และเริ่มวิ่งอีกครั้งเมื่อถึง กม 19 จนเกือบถึงเส้นชัย ก็เกิดอาการวิงเวียนขึ้นอีก ดีที่ได้คุณโจ้ ที่วันนี้ลงระยะมินิ มาวิ่งช่วยลาก ช่วยประคอง ก่อนจะปล่อยให้เข้าสู่เส้นชัย

หลังเข้าเส้นชัยแทบจะวูบ เจอน้อง เจอหลานเรียบร้อย เดินกลับโรงแรมทันที จากอาการหมดสภาพ โดยไม่สามารถอยู่รอทักทายใครได้เลย และน็อคอยู่ที่โรงแรมหลายชั่วโมง จนต้องเช็คเอาท์ออก และฝืนขับรถกลับกรุงเทพฯ

ระยะ 21.26 กม  ใช้เวลา 2:15:22s  เวลาดีขึ้นกว่าปีที่แล้วหน่อยนึง


ไช้
17 กรกฏาคม 2011
























วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Race 66.1 ไม่ได้ตั้งใจ

Race 66.1 เดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ (สมาคมพยาบาล)

งานนี้ตามที่หมายตาไว้ เป็นการเตรียมวิ่งสำหรับการลงแข่งระยะครึ่งมาราธอนที่พัทยา  หลังจากป่วยมาตั้งแต่ต้นเดือน ก็พยายามจะลุ้นตัวเองตลอดว่าให้หายไวไว ให้ทันลงสนามในวันนี้ แล้วเมื่อถึงวันแข่ง วันนี้ ได้นำน้องและหลาน 2 คนมางานนี้ด้วย เพื่อให้เค้ารู้สึกชอบการออกกำลังกาย

แต่เมื่อถึงเวลาจริง สภาพร่างกายไม่พร้อมที่จะวิ่งระยะฮาล์ฟ จึงตั้งใจจะเปลี่ยนมาลงระยะมินิและวิ่งกับหนุ่ยแทน  แต่เมื่อไปถึงงาน สภาพงานคนน้อยมากหรือเรียกได้ว่าไม่มีคนเลยทีเดียว

ความลังเลเริ่มเกิดขึ้นกับความปลอดภัยของหลาน 2 คนที่จะส่งไปให้เดินระยะ 2.5 กม ตามที่งานประกาศ จึงเปลี่ยนใจยกเลิกการวิ่งในวันนี้และมาเดินกับหลานแทน ส่วนหนุ่ยก็วิ่งระยะมินิตามที่ได้สมัครไว้ล่วงหน้าแต่แรก


การเดินการกุศลงานแรกของหลาน ดัง ก็ได้เริ่มขึ้น ซึ่งเป็นอีกงานที่ทำเอาผมปวดหัว

เส้นทางปล่อยตัว ออกจากลานพระบรมรูปทรงม้า เลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา และไปเลี้ยวซ้ายอีกทีตรงถนนสวรรคโลก  แต่แปลกระยะที่ขึ้นมาแสดงให้เห็นว่า เกือบ 2 โลแล้ว แล้วจะเดินอย่างไรให้ได้ 2 โลครึ่งตามที่ประกาศ  เริ่มชักไม่แน่ใจแล้ว เพราะไม่ได้ดูเส้นทางนี้มาก่อน ว่าเป็นอย่างไร

2 กม ผ่านไป กลุ่มพยาบาลที่วิ่งเริ่มหมดแรงและเดินในที่สุด จน ดังๆ สามารถเดินแซงได้ แต่ตอนนี้หลานเริ่มออกอาการแล้ว

"เมื่อไหร่จะถึงอ่ะกู๋ หนูหิวน้ำ"  เริ่มส่งเสียงโอดครวญ

แต่ข้าพเจ้าไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะตั้งใจจะหาซื้อน้ำจากแถวนั้น ก็ไม่มีร้านค้าใดๆ หรือ 7-11 เลย จนกระทั่งมิงค์ เริ่มโอดครวญตาม  และดังก็บอกว่าไม่เดินแล้วเดินไม่ไหว   ข้าพเจ้าเลยต้องแก้ไขสถานการณ์ให้เค้าเอากล้องไปเดินถ่ายรูป ซึ่งก็แก้ไขปัญหาไปได้อีกเปาะหนึ่ง ซึ่งเมื่อผ่านระยะสามโล ปัญหาใหม่ก็มาอีกครา เมื่อดังไม่ยอมเล่น ไม่ยอมเดินแล้ว จะให้อุ้มอย่างเดียว เพราะปวดขา

ข้าพเจ้าป่วยก็ป่วยอยู่ แถมยังต้องมาอุ้มอีก แต่ก็ต้องทำไม่งั้นไม่ถึงแน่ๆ อุ้มมาได้ 1 กม เลยแกล้งถามว่าเดินเองได้ไม๊ เดี่ยวเค้าถ่ายรูปไม่สวยนะเวลาอุ้ม ดังจึงยอมลงมาเดินอีกครั้งที่ กม ที่ 4 กว่าๆ หลังเลี้ยวเข้าถนนศรีอยุธยาเส้นเดิม

การเดินทางอันยาวนานจึงจบลง พร้อม กับ ไมโครมาราธอนแรกของ ดังดัง สรุปใช้เวลาเดิน 1:03:31 กับระยะ 4.66 กม

อยากจะด่าผู้จัดงาน ก็ด่าได้ไม่เต็มปาก กับระยะที่ผิดเพี้ยนไปถึง 2 กม  น้ำไม่มีสักจุด เพราะคิดว่าเดินไม่เหนื่อย

แต่ก็ด่าไม่ได้ เพราะงานนี้เป็นงานที่ทั้งครอบครัวตั้งใจมาช่วย  หลังจากที่เดือนก่อน น้องดัง ป่วยต้องเข้า โรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการไข้เลือดออกที่ โรงพยาบาลทหารเรือ และได้รับการดูแลอย่างดี จึงทำให้เราด่าไม่ลงจริงๆ

สำหรับเส้นทางมินิ เป็นอย่างไรไม่รู้  แต่หนุ่ยเล่าให้ฟังว่าสนุกมากกับการวิ่งขึ้นสะพานพระราม 8 ดูมันตื่นเต้นมากเหลือเกินกับเส้นทางนี้

ไช้
10 กรกฏาคม 2011