วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

Race 72 ซ้อมยาวๆ ด้วยการฝ่าสายหมอก

Race 72 มิซูโนแม่น้ำแคว ครึ่งมาราธอนนานาชาติ

เมื่อตัดสินใจ ลงกรุงเทพฯ มาราธอนไปแล้ว  challenge นี้จึงเป็นรายการที่เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องบรรจุเข้าไปเป็นหนึ่งในโปรแกรมของการซ้อมเพื่อมาราธอน

ปีนี้เป็นปีที่ฉลองครบรอบการจัดงานครบ 30 ครั้ง จึงมีการจัดระยะการวิ่งที่ 30 กม ขึ้นมาเป็นพิเศษ ซึ่งถ้าไม่วิ่งปีนี้ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีจะได้วิ่งที่นี่  การลงโปรแกรมวิ่งยาวนี้จึงลงตัว

งานนี้ได้อาศัยใบบุญรถของบอย ในการมาเยี่ยมเยือนกาญจนบุรี  โดยมี 4 ชีวิตในภาระกิจนี้

3 คนวิ่งในระยะที่ไม่เคยวิ่งมาก่อน

ไช้ บอย ลงวิ่ง 30 กม
หนุ่ย ลงวิ่ง 21 กม  ในพรรษาการวิ่ง 3 เดือน

เป้าหมายหลักในการวิ่งในวันนี้คือ การซ้อมระยะ 30 กม ให้เวลาอยู่ภายใน 3 ชม ให้ได้ เพราะระยะเวลาของกรุงเทพฯ มาราธอนเหลืออีกเพียง 2 เดือน  ถ้าจบเวลาตามเป้าหมายไม่ได้ มาราธอนเป้าหมายไว้ที่ เวลาต่ำ กว่า 4:30 คงทำไม่ได้แน่นอน

สำหรับเส้นทางระหว่างที่ได้ขับรถไปเที่ยวที่ช่องเขาขาด ก็ได้เห็นถึงความชัน ขึ้นลงของเส้นทาง ถึงกับหันไปมองหน้า และคิดในใจ พรุ่งนี้ ขอสัก 3 ชมครึ่งก็หรูแล้ว  แต่มิได้เอื้อนเอ่ยบอกใครให้รู้

เมื่อไปเที่ยวช่องเขาขาด จะพลาดการลงไปชมภูมิทัศน์ ภายในได้เยี่ยงไร แต่เมื่อเห็นสถานที่จริงก็ชั่งใจอยู่นานพอสมควรกับการที่ต้องเดินลงบันไดจากตัวอาคารลงไปยังหุบเขาด้านล่าง

แต่จนแล้วจนรอดก็ลงจนได้ เพราะถ้าไม่ลงไปตอนนี้ หวังว่ารอจบงานวิ่งแล้วจะมาเดินคงเป็นเรื่่องที่ยากมากกว่าครานี้อีก

สำหรับสถานที่นี้ เมื่อไปวิ่งริเวอร์แคว อย่าลืมมาเยี่ยมชมสถานที่นี้นะครับ แล้วคุณจะรู้สึกทึ่งกับหลายสิ่งหลายอย่างจากที่นี่

เท่าที่สังเกตุมีนักท่องเที่ยวชาวเอเชียมาที่นี่กันมาก โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น  มีอยู่ตลอดทางที่เดินไปตลอดหุบเขาด้านล่าง

สำหรับทริปนี้ ที่พัก เราไม่ได้จองกันล่วงหน้า อาศัย ขับรถตะเวณหา สุดท้าย ได้พักกันที่ Zam Jungle  สถานที่พัก ที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากห้องนอนและห้องน้ำในตัว เป็นสถานที่ที่เหมาะกับผู้ที่รักสันโดษเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะเงียบสงบไร้ผู้คนรบกวน  คุณจะมีสมาธิแน่เมื่อพักที่นี่ 55+

เช้าวันอาทิตย์พวกเราทั้ง 4 คน ออกจากที่พัก และนำรถไปจอดริมถนนห่างจากปากทางเข้า โรงแรมริเวอร์แคว ประมาณ 1 กม รวมระยะทางที่เราต้องเดินเข้าไปจุดเริ่มปล่อยตัว ประมาณ 1.6 กม โดยประมาณ แบบไม่ต้องวอร์มเลยทีเดียว เมื่อถึงจุดรวมตัวก็ได้เจอกับพี่พี่ที่ชมรมที่วันนี้มาวิ่งกันทั้งหมด 8 คน โดยลง 30 กม 6 คน  21 กม 1 คน  และ มินิ 1 คน

มาพร้อมความมั่นใจเต็มเปี่ยมในวันนี้

สืบเนื่องจากการเข้าห้องน้ำที่เป็นเวลา และเลือกสถานที่ ทำให้การออกศึกวันนี้ ก็เกิดอุปสรรคขึ้นจนได้ เมื่อก่อนปล่อยตัว เกิดปวดท้องขึ้นมา และห้องน้ำบริเวณจุดปล่อยตัวก็เต็มไปด้วยแถวยาว ซึ่งทำให้ไม่สนุกอีกแล้วงานนี้ ยังไม่ทันที่จะได้แก้ไขปัญหา เสียงปล่อยตัวก็ดังขึ้น

เลยต้องจำใจวิ่งออกไปแบบขมิบๆ อยู่แบบนั้น ความเร็วไม่ต้องพูดถึงแทบจะ 7 นาทีต่อกม ในช่วง 3 กมแรก ทั้งที่เป็นเนินลง วิ่งไปอึดอัดไปอยากจะเข้าข้างทางให้รู้แล้วรู้รอด พยายามจินตนาการเรื่องต่างๆ เพื่อให้ลืมอาการปวดไปให้หมด ก็ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะเค้ามาเป็นช่วงๆ จนกระทั่งเลยป้าย บอกระยะทาง กมที่ 7 จึงได้พบกับห้องน้ำของปั้ม กำลังจะเลี้ยวเข้าไป แต่ก็โดนนักวิ่งหลายคนวิ่งชิงตัดหน้าเข้าไป  ยืนอึ้งอยู่ตั้งนั้นพักใหญ่ๆ จึงตัดสินใจฝืนตัวเองออกวิ่งต่อ

กว่าจะลืมเลือนอาการปวดนี้ก็ปาเข้าไปที่จุดกลับตัว กม.ที่ 15 แล้ว  ซึ่งก็โดนบอยทิ้งไปร่วม 1 กม โดยประมาณจากสายตา  พยายามเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น แถมยังเป็นทางลงเขาเป็นส่วนใหญ่ การทำความเร็วจึงทำได้ตามใจ แต่ก็พยายามควบคุมไม่ให้เร็วเกินไปเพราะจะทำให้จังหวะในการที่จะวิ่งมาราธอนที่ซ้อมเสียไป  ช่วงขึ้นเขาก็เบาลง ช่วงลงเขาก็ใส่ชดเชยไป ทำแบบนี้ตลอดทาง จนเหลือ 2 กมสุดท้าย

ระหว่างทางมีการวิ่งบี้ กับนักวิ่งสาวจากเมืองไทย ซึ่งข้าพเจ้า ก็ไล่แซงมาได้ จนเหลือ 2 กมนี่แหละที่เกิดอาการหมด และเริ่มลดความเร็วลง จนโดนแซงไปจนได้  ซึ่งข้าพเจ้าก็มองไม่เห็นบอย จึงไม่มีแรงจูงใจในการวิ่งให้ทันบอยได้ แต่ก็พยายามจนวิ่งเข้ามาใน 3 ชม จนได้ ซึ่งภายหลังจากการตรวจเช็คสถิติ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก ถ้าข้าพเจ้ายอมฝืนลากวิ่งตาม สาวเมืองไทยประกันชีวิต คงได้เบียดกับบอยอีกเป็นแน่

2กม สุดท้่ายที่เริ่มหมด ภาพจากพี่เวช


ระยะทาง  30.10 กม

ไช้ ใช้เวลา 3:00:44
บอย ใช้เวลา 3:00:02

ไช้ 6 vs บอย 11

ไช้

11 กันยายน 2011




พี่หนิด พี่ปุ๊ก กับเส้นทางที่แสนประทับใจ

บทเรียนครั้งนี้ทำให้รู้ว่า ถ้าไม่สามารถซ้อมระยะยาวให้ได้จำนวนครั้งมากกว่านี้

มาราธอน นี่ไม่สนุกแน่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น